สนามข่าว 7 สี

ศบค.เตรียมพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่

จากสถานการณ์โควิด-19 ก็ทำให้หลายกิจการถูกล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการคลายล็อกไปบ้างแล้ว 2 เฟส หลายกิจการและกิจกรรมก็ได้รับการคลายล็อกไปด้วย อย่างสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือร้านตัดผม แต่ก็ยังมีอีกหลายสถานประกอบการ ที่ใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่จะได้สักที รวมไปถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว ที่จะสิ้นสุดสิ้นเดือนนี้ ว่าจะอย่างไรต่อไป

เรื่องนี้มีความชัดเจนขึ้นมาระดับหนึ่ง จากการประชุมหารือประเด็นการต่อ-ไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดย พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีก 1 เดือน ให้ไปจบที่ 30 มิถุนายน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดในระลอก 2 เนื่องจากสถานการณ์ในต่างประเทศยังคงน่าเป็นห่วง แต่ยังไม่มีผลในทันที เพราะ สมช. ต้องนำเรื่องนี้ส่งเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบค. ในวันนี้ (22 พ.ค.) เมื่อ ศบค. ชุดใหญ่พิจารณาแล้ว ก็จะต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 26 พฤษภาคม ด้วย ดังนั้น จึงต้องจับตาไปที่วันอังคารหน้า ก็จะชัดเจนว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะถูกต่ออายุเป็นรอบที่ 2 หรือไม่

ส่วนมาตรการเคอร์ฟิวที่ประชาชนก็ถามถึงว่าสถานการณ์ดีขึ้นแบบนี้ ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เลขาธิการ สมช. ระบุว่า จะพิจารณาเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า วันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งอาจมีการพิจารณาลดหรือปรับช่วงเวลาเคอร์ฟิว จากเดิม 23.00-04.00 น. มาเป็น 23.00-03.00 น.

ส่วนการคลายล็อกในระยะ 3 ของกิจการ และกิจกรรม ที่มีความเสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงสูง เช่น ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ ร้านนวด สถาบันกวดวิชา สนามกีฬา ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสนามมวย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสถานที่ที่มีคนเยอะทั้งนั้น ทางเลขาธิการ สมช. บอกว่า จะมีการพิจารณาหาแนวทางว่าเปิดอย่างไร ไม่ให้โรคกลับมาระบาดได้อีก แต่ผู้ประกอบการก็ต้องวางแนวทางในการดูแลตามมาตรการควบคุมโรคด้วย หากได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดได้ โดยการพิจารณาคลายล็อกแต่ละระยะ ก็จะใช้เวลา 14 วัน เพื่อดูว่าหลังคลายล็อกระยะที่ผ่านมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ตัวเลขผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นหรือลดลง มีผู้ป่วยใหม่มาจากสถานประกอบการที่ถูกคลายล็อกหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อการคลายล็อกระยะต่อไปด้วย

เช่นเดียวกับ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. บอกถึงกรณีร้านนวด และสถานประกอบการอื่น ๆ หากจะกลับมาเปิด ขอให้ใช้เวลา 9 วัน ก่อนวันสิ้นเดือน คิดแผนการดูแลสถานประกอบการว่า หากเปิดแล้วธุรกิจของตนเองจะไม่เป็นเหตุให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดระลอก 2

ส่วนการวิจารณ์ว่าเปิดห้างสรรพสินค้าได้ แต่ทำไมเปิดโรงเรียนไม่ได้ ทาง ศบค. ชี้แจงว่า กลุ่มนักเรียนมีความเปราะบาง และเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย เพราะลักษณะนิสัยของเด็กชอบเล่นสัมผัสกัน และช่วงเปิดเทอมจะเป็นช่วงฤดูฝน จึงมีความเป็นห่วงเรื่องไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเด็ก ที่อาจจะนำกลับไปติดผู้สูงอายุที่บ้านด้วย ต่างจากห้างสรรพสินค้าที่หลัก ๆ จะเป็นผู้ใหญ่ไปซื้อของแล้วกลับ ซึ่งผู้ใหญ่รู้จักป้องกัน และสถานประกอบการก็มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน กรมอนามัย วาง 6 แนวทาง ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในโรงเรียน ทั้งการคัดกรอง ตรวจวัดไข้นักเรียนทุกวัน ให้เด็ก ๆ สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดพื้นที่สำหรับทำความสะอาดล้างมือ ออกแบบระยะห่างให้กับนักเรียน โดยอาจเป็นการจัดกลุ่มย่อยในการเรียน และมีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ เช่น สนามเด็กเล่น และงดกิจกรรมรวมกลุ่ม เช่น กีฬาสี ซึ่ง 6 แนวทางปฏิบัตินี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการ จะนำไปประสานขอความร่วมมือจากโรงเรียนทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติและเตรียมการสำหรับเปิดเทอม วันที่ 1 กรกฎาคมนี้