เกาะกระแสออนไลน์

เช็กเลย! ตรวจสอบสิทธิเยียวยาเกษตรกร ชาวสวนยาง ได้เงินเยียวยา 5,000 บาทวันไหน

เกษตรกรชาวสวนยาง 3 กลุ่ม อย่าลืม ตรวจสอบสิทธิเยียวยาเกษตรกร หลังแบ่งจ่ายคนละรอบ เช็กโอนเงินได้ที่ www.เยียวยาเกษตรกร .com

เฟซบุ๊ก การยางแห่งประเทศไทย RAOT เผยถึงกรณีมาตรการเยียวยาเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการจ่ายเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 เป็นเวลา 3 เดือน โดยกล่าวถึงชาวสวนยางว่าการจ่ายเงินนั่นจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ชาวสวนยางกลุ่มแรก ซึ่งขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และมีชื่อในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย.63) โดย ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินแล้วตั้งแต่วันที่ 15,18 – 20 พ.ค. 63
ชาวสวนยางกลุ่มที่ 2 เฉพาะกลุ่มที่มีชื่อขึ้นทะเบียนกับ กยท. (ตัดยอด วันที่ 30 เม.ย.63) จะจ่ายเงินในวันที่ 22-25 พ.ค.63
ชาวสวนยางกลุ่มที่ 3 ซึ่งแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขึ้นทะเบียนกับ กยท. ระหว่าง 1-15 พ.ค. ที่ผ่านมา จะจ่ายเงินในช่วงวันที่ 30 - 31 พ.ค. 63 แต่จากนั้นหากยังไม่ได้รับสิทธิ์ฯ สามารถแจ้งขออุทธรณ์การเยียวยาได้"

พร้อมแนะช่องทางในการตรวจสอบสิทธิ์การเยียวยาฯ ครบจบในเว็บเดียว ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ https://www.moac.go.th/ หรือเช็คตรง ที่ http://savefarmer.oae.go.th โดยเมื่อตรวจสอบสถานะแล้วได้รับสิทธิ์ สามารถตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีได้จากเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. www.เยียวยาเกษตรกร.com / กรณีไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. สามารถแจ้งบัญชีธนาคารอื่นเพื่อรับเงินโอน ในเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส .นี้เช่นกัน




 
เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก การยางแห่งประเทศไทย RAOT
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ข้อเท็จจริง!! ทำไมยังไม่ได้เงินเยียวยาเกษตรกร 15000 บาท ทำอย่างไรถึงจะได้รับสิทธิเยียวยาเกษตรกร
- ชาวสวนยางเฮ! ได้รับสิทธิเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท แนะรีบขึ้นทะเบียนกับ กยท.
- ดร.เฉลิมชัย ย้ำ! เงินเยียวยาเกษตรกร 15000 คุณสมบัติครบได้ทุกคน

เกาะติดสถานการณ์ โควิด-19 > https://www.ch7.com/covid19

โควิด19" 416350,"ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และสวัสดิการสังคม ได้ด้วยตัวเอง ที่เว็บไซต์ govwelfare.cgd.go.th ใช้แค่หมายเลขบัตรประชาชน

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม หรือตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ผ่านเว็บไซต์ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตามมีขั้นตอนดังนี้

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ : govwelfare.cgd.go.th
 
2. จากนั้น กดเข้าไปที่ : ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม
(เพื่อตรวจสอบข้อมูลประชาชนได้รับสิทธิสวัสดิการหรือไม่)

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/01/521.png
 
3. ผู้ตรวจสอบต้องกรอกหมายเลขบัตรประชาชน แล้วกดปุ่ม ตรวจสอบ

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/01/292.png

4.หากเป็นผู้ได้สิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบจะขึ้นรายละเอียดสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่ได้ เช่น ก๊าซหุงต้ม ,ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน, ค่าโดยสารรถ บขส. ,ค่าโดยสารรถไฟ
 
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/01/583.png

5.หากไม่ได้รับสิทธิใดๆ จะปรากฏข้อความ ไม่พบสิทธิ
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/01/5screencapture-govwelfare-cgd-go-th-welfare-check-2020-06-01-08_54_34.png
นอกจากนี้ เว็บไซต์ : govwelfare.cgd.go.th ยังสามารถตรวจสอบประวัติการรับสิทธิสวัสดิการสังคมต่าง ๆ ได้ด้วย สำหรับผู้ต้องการตรวจสอบหรือต้องการลงทะเบียนเพื่อขอใช้ระบบตรวจสอบสามารถทำได้ตามขั้นภาพ 
 
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/01/2screencapture-govwelfare-cgd-go-th-welfare-login-2020-06-01-09_26_07.png
 
โดย เว็บไซต์นี้สามารถใช้บัตรประชาชน ในการตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสวัสดิการสังคมได้หลายประเภท ได้แก่

-สวัสดิการแห่งรัฐ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
-เงินช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด ชายแดน ภาคใต้
-เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
-เบี้ยความพิการ
-เงินค่าป่วยการ อสม./อสส.
-เงินค่าป่วยการ อสส.
-การจัสรรเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียน
-เงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูในครอบครัวอุปถัมภ์ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวช่วยเหลือเด็กขาดแคลนและเด็กฝาก-เลี้ยงตามบ้าน
-การให้บริการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ
-เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือชาวเขาด้านสังคมสงเคราะห์
-เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการทางการเมือง เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง -เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนภาคใต้
-สวัสดิการพื้นฐานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านการอาชีวศึกษา
-เงินทุนการศึกษาช่วยเหลือทายาทผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลือทุนการศึกษาและเงินยังชีพแก่บุตรเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิต -ทุพลภาพจากการ ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคง
-กองทุนคุ้มครองเด็ก

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์ ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม
" 417633,"“ขอบคุณที่ไม่ลบภาพ ที่ท้าต่อยมันเป็นแค่อารมณ์ที่ฉันทำได้แค่นั้น ฉันไม่ได้มีแผนการหรือจะไประรานใคร มันผิดมากเลยเหรอกับสิ่งที่ฉันทำ” น้ำเสียงที่บอกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของ”สิตางคุ์ บัวทอง” ที่กำลังเป็นประเด็นดรามาเรื่องภาพส้มหยุดในโบสถ์วัดหนองเต่า จ.อุทัยธานี

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/07/100Screen_Shot_2563-06-07_at_6.58.18_PM.png

สิตางคุ์ บังทอง เปิดใจกับทีมข่าวออนไลน์ 7HD ว่า ดีใจมากที่เขาไม่ลบภาพแล้ว เพราะถือเป็นกลอุบายที่จะทำให้คนเดินทางมาที่วัด และสร้างรายได้ให้วัด จากเดิมที่วัดไม่มีใครรู้จักเพราะอยู่ไกลมาก เป็นวัดเล็ก ๆ ไม่เคยได้รับงบประมาณหรือการชั่วเหลือใด ๆ ไม่มีของขลัง ไม่มีกุมาร ไม่มีศานสถานที่ดึงดูด หรือเรียกง่าย ๆ ว่าไม่มีอะไรเลย พอมีภาพส้มหยุดก็ทำให้คนต่างถิ่นเดินทางไปที่วัดมากขึ้น ตนขอขอบพระคุณสำนักพระพุทธศาสนาที่เข้าใจ ส่วนที่ออกมาท้าต่อยสำนักพุทธฯ นั้น เธอบอกว่าเป็นเพียงแค่อารมณ์ตอนนั้นที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร และไม่ได้จะทำอย่างที่พูด หลังจากนี้เธอจะดูแลวัดนี้ไปตลอดชีวิตเพื่อให้วัดดีขึ้นกว่าทุกวันนี้

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/07/9S_16580875.jpg

ส่วนกระแสที่บอกว่าสร้างภาพนั้น สิตางคุ์ บังทอง กล่าวว่า หากเราทำดี ช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือคน เมื่อเป็นข่าวแล้วคนมองว่าสร้างภาพก็ขอให้ทำไปเถอะ ถ้าสร้างภาพแล้วช่วยเหลือคนอื่น เพราะมันดีกว่าการที่เราจะมานั่งต่อว่าคนอื่นโดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับสังคม" 417987,"กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ต่อใบขับขี่วิถีใหม่ New Normal จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการ ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างและความปลอดภัยด้านสาธารณสุข โดยช่วงแรกให้สิทธิผู้จองคิวไว้แล้วผ่านแอปพลิเคชั่น  DLT Smart Queue ได้ดำเนินการก่อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ประกอบด้วยกระบวนงานที่ไม่มีการอบรมที่สำนักงาน

1.การขอใบแทน กรณีใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ และบัตรประจำตัวผู้ขับรถ ชำรุดหรือสูญหาย
2.การขอแก้ไขรายการในใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ
3.การขอรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ
4.การขอหนังสือรับรองใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
5.ผู้ที่มีหนังสือรับรองจากโรงเรียนการขนส่ง หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกให้การรับรอง และสถาบันการศึกษาที่ทำ MOU กับกรมการขนส่งทางบก
6.การดำเนินการต่อเนื่อง สำหรับการขอรับและต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ประเภท ท. ที่ผ่านการอบรมทดสอบแล้วก่อนหน้านี้ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งผลการตรวจสอบไม่พบประวัติอาชญากรรม
7.การขอคัดและรับรองสำเนาใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ
8.การขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นนายตรวจ ผู้เก็บค่าโดยสาร และผู้บริการ
9.การเปลี่ยนประเภท จากใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว เป็นชนิดส่วนบุคคล เฉพาะใบอนุญาตที่สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี
10.การดำเนินการต่อเนื่อง สำหรับการขอรับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต ที่ผ่านการอบรมแล้ว แต่ไม่ผ่านการทดสอบข้อเขียนหรือการทดสอบขับรถ อยู่ระหว่างการสอบแก้ตัวใหม่ในช่วงที่มีการงดดำเนินการก่อนหน้านี้
11.การต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ล่วงหน้า 90 วัน หรือ สิ้นอายุไม่เกิน 1 ปี ที่อบรมผ่านระบบ e-Learning ของกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว

ส่วนช่วงที่ 2 เปิดให้บริการทุกกระบวนงาน ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการเปิดเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมที่ต้องมีการอบรมที่สำนักงาน เช่น การขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ หรือผู้ติดปัญหาไม่สามารถอบรมผ่านระบบ e-Learning รวมถึงสามารถเปิดการเรียน การสอน หรือการทดสอบ ของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก หรือสถาบันการศึกษาที่ MOU กับกรมการขนส่งทางบกได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้มีมาตรการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุในช่วงกรมการขนส่งทางบกงดให้บริการ ดังนี้
1.ยกเว้นการทดสอบข้อเขียน สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 1 ปี ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
2.ยกเว้นการทดสอบขับรถ สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ สิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
3.ยกเว้นการทดสอบขับรถ สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก สิ้นอายุเกิน 3 ปี ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

สำหรับเอกสารประกอบคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถหรือผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ผลผ่านการอบรมผ่านระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุในระหว่างที่กรมการขนส่งทางบกงดให้ดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถ อนุโลมให้ใช้ประกอบการดำเนินการด้านใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2563 เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระส่งผลกระทบต่อประชาชน


สำหรับการอบรมผ่านระบบ e-Learning ของกรมขนส่งทางบก สามารถลงทะเบียนได้ตาม 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้


1. เข้าไปที่เว็บไซต์ : https://www.dlt-elearning.com/
 
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/61unnamed.jpg
 
2.จากนั้นคลิกปุ่ม "ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม" กรอกข้อมูลส่วนตัว อาทิ เลขบัตรประจำตัวประชาชน, เลขที่ใบอนุญาตขับรถ, วันออก/วันสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถ และเลือกประเภทการอบรม เมื่อเสร็จแล้วคลิกปุ่ม "ขั้นตอนต่อไป"

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/32unnamed_2.jpg

3.ระบบจะเข้าสู่หน้าการรับชมวิดิโออบรม  (ความยาว 1 ชั่วโมง) โดยระหว่างรับชมจะมีคำถามจำนวน 3 ข้อ ให้ตอบให้ครบ และหลังจากวิดิโอจบให้คลิกที่ปุ่ม "ขั้นตอนสุดท้าย"
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/53unnamed_5.jpg

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/73unnamed_8.jpg
 
4.ยืนยันตัวตนโดยกรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน และเลขที่ใบอนุญาตขับรถเพื่อรับผลการอบรม จากนั้นคลิกที่ปุ่ม "เสร็จสิ้น"
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/61unnamed_10.jpg
 

5.ตรวจสอบผลการอบรม ที่หน้าแรกของเว็บไซต์ คลิกที่ปุ่ม "ตรวจสอบสถานะการอบรมออนไลน์" จากนั้นกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และคลิกที่ปุ่ม "ตรวจสอบสถานะ"

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/09/96Capture.jpg



ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าระบบจองคิวมาก่อน ให้เริ่มจองคิวได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ของกรมการขนส่งทางบก


เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊ก กรมการขนส่งทางบก" 418161,"พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 กองบังคับการปราบปราม นำกำลัง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีพระสรรเสริญ หรือนายสรรเสริญ อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งที่ ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พาสีกาเข้ามามีเพศสัมพันธ์ภายในกุฎิวัดอันเป็นการผิดวินัยสงฆ์

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/33S_2416691_Blur.jpg

โดยเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ นางเอ (นามสมมุติ) ได้รู้จักกับพระสรรเสริญ นัดพบกันที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.บางแพ จว.ราชบุรี จากนั้นพระสรรเสริญฯ ได้เชื้อเชิญให้นางเอไปทำบุญที่วัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส นางเอก็เดินทางไปที่วัดแห่งนั้นบ่อยครั้งจนนายบี (นามสมมุติ) สามีของนางเอเกิดความสงสัย แต่นางเอก็อ้างว่าไปงานกฐิน, งานผ้าป่า, หรืองานวัดต่าง ๆ โดยเอาลูกสาวอายุ 14 ปีไปด้วย นานวันเข้านายบีจึงได้สอบถามลูกสาวถึงพฤติกรรมของนางบีผู้เป็นแม่ ได้ใจความว่าเมื่อนางเอไปถึงวัด จะเดินเข้าไปในกุฏิของพระสรรเสริญ จากนั้นพระสรรเสริญฯ จะเดินตามเข้าและล็อกห้อง หายไปประมาณ 1-2 ชั่วโมงโดยให้ตนนั้นอ่านหนังสือรออยู่ข้างนอก นายบีจึงยิ่งเกิดความสงสัย และเมื่อนางเอกลับจากวัดนายบีได้แอบค้นข้าวของที่ซ่อนในกระเป๋าพบ “ถุงยางอนามัย” ในกระเป๋านางเอ

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/14S_2416750_Blur.jpg

ต่อมานายบีได้สั่งให้บุตรสาวแอบมองไปในกุฎิของพระสรรเสริญขณะที่อยู่กับนางเอ จึงได้เห็นภาพพระสรรเสริญกับแม่มีเพศสัมพันธ์กัน นายบีได้ทราบเหตุและเห็นว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมจึงได้มาร้องเรียนให้ กองกำกับการ ๕ กองบังคับการปราบปรามช่วยตรวจสอบ 

กองปราบจึงได้อาศัยจังหวะที่นางเอเข้าในกุฎิของพระสรรเสริญ และได้บุกเข้าตรวจสอบพบการกระทำความผิดจริงและพระสรรเสริญฯ ได้รับสารภาพว่าได้ร่วมมีเพศสัมพันธ์กับนางเอจริงจึงยินยอมสึกจากสมณเพศ

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/82S_35422386.jpg" 418187,"“เมื่อฝนตกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ช้างป่าแม่ลูกออกมาเล่นกลางสายฝนที่เย็นฉ่ำ” ภาพช้างสองแม่ลูกที่เพจ”อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ได้นำลงมาโพสต์เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวที่คิดถึงเขาใหญ่ได้มาชื่นชม หลังปิดเพราะสถานการณ์โควิด-19 ไปกว่า 2 เดือน เมื่อลงภาพไปไม่นานประชาชนจำนวนมากก็มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นบอกว่าอยากจะให้สัตว์ได้อยู่กับธรรมชาติ ในบรรยากาศที่สงบ ๆ แบบนี้ตลอดไป บ้างก็บอกว่าอยากให้ปิดต่อหรือมีกำหนดระยะเวลาปิดอย่างน้อย 3 เดือนในแต่ละปี เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/84image_SQ04.jpg

ทีมข่าวออนไลน์ 7HD จึงได้โทรไปสอบถามว่าที่ พ.ต.นรินทร์ ปิ่นสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยบอกว่าช่วงนี้ปิดอุทยานฯ เราก็จะเห็นสัตว์ป่านานาชนิดออกมาให้ยลโฉมกัน โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึก เมื่อไม่มีคนก็จะออกมาในที่ที่ปกติแล้วเรามักไม่มีโอกาสได้เห็น หรือเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของพวกเขาที่ต้องระวังมนุษย์

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/56image_SQ03.jpg

เมื่อถามว่าเห็นภาพบรรยากาศแบบนี้แล้ว หากอุทยานฯ กลับมาเปิดจะมีมาตรการอย่างไรให้กระทบกับสัตว์ป่าให้น้อยที่สุด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกว่า ทางอุทยานฯ ได้เตรียมมาตรการไว้ทั้งหมดแล้ว โดยประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาพักผ่อนนั้นจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/56image_SQ02.jpg

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/10/39image_SQ01.jpg

ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 
" 418732,"จากฝนที่ตกลงมาหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน อาทิ เขตปกครองตนเอง กว่างซีจ้วง มณฑลหูหนาน เขตเทศบาลฉงชิ่ง และพื้นที่อื่นๆ ทำให้เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.63) เกิดเขื่อนแตกปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรจนได้รับความเสียหายหนัก  ทางการจีน ได้ประกาศยกระดับภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ 3 ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพหนีน้ำท่วม

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/12/64ผลกระทบเขื่อนจีนแตก-16-9-02.jpg

รายงานจากสื่อท้องถิ่น ระบุว่า มีบ้านเรือนมากกว่า 1,000 หลังพังถล่มเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 565 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งช่วยเหลือประชาชน ให้อพยพหนีไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/12/15ผลกระทบเขื่อนจีนแตก-16-9-01.jpg

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/12/64ผลกระทบเขื่อนจีนแตก-16-9-03.jpg

นอกจากนี้ ยังมีการเผยภาพท่อของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่งในเมืองเฉากวน มณฑลกวางตุ้ง ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน แตก จนทำให้น้ำพุ่งไหลทะลักออกมาจำนวนมหาศาล โดยเหตุนี้เกิดเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากพายุฝนกระหน่ำและดินถล่มในบริเวณดังกล่าว เบื่้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนงานอย่างน้อย 1 คน ส่วนคนที่ติดอยู่ภายในโรงไฟฟ้าพลังน้ำถูกอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว" 418803,"เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 10 ) ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 นั้น

โดยที่สมควรผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) เป็นช่วงที่ 4 ต่อเนื่องจากการผ่อนคลายที่ดำเนินมาก่อนแล้วเป็นลำดับ ทั้งนี้ ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเว้นระยะห่างทำงสังคม และการยอมรับระบบติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดเป็นการทั่วไปและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/97หน้า1.JPG

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/97หน้า2.JPG

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/56หน้า3.JPG

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/56หน้า4.JPG

ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ยกเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนปรนระยะ4  : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/138/T_0050.PDF" 418840,"นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมใจจัดโครงการป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างเพื่อช้างคืนถิ่น ณ บ้านห้วยผักกูด ตําบลแม่ศึก อําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือช้างจำนวน 125 เชือก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 จนต้องตกงานไปพร้อมกับควาญช้างและต่างพากันหนีตายเดินเท้ากลับคืนสู่ชุมชนท้องถิ่น บางเชือกใช้เวลาลัดเลาะตามป่าถึง 5 วัน 5 คืนกว่าจะถึงปลายทาง

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/75ไร้งาน-ท้องร้อง-16-9-p04.jpg


/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/79ไร้งาน-ท้องร้อง-16-9-p01.jpg


นายบุญลือ กล่าวว่า ช้างแต่ละเชือกต้องกินหญ้ามากกว่า 250 กิโลกรัมต่อวัน แต่แหล่งอาหารตามธรรมชาติทั้งหญ้าและพืชในท้องถิ่นมีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลี้ยงช้างโดยขณะนี้ภาคีเครือข่าย เช่น ชุมชนคนรักษ์ช้างแม่ศึก และประชาชนในพื้นที่แม่แจ่ม กำลังวางแผนปลูกและจัดหาอาหารช้าง เพื่อให้พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/79ไร้งาน-ท้องร้อง-16-9-p02.jpg


/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/75ไร้งาน-ท้องร้อง-16-9-p03.jpg


/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/13/75ไร้งาน-ท้องร้อง-16-9-p05.jpg

หากผู้ใจบุญหรือต้องการช่วยเหลือช้างตกงาน สามารถร่วมบริจาคได้ผ่านบัญชีธนาคารออมสิน สาขาแม่แจ่ม ชื่อบัญชี "ชมรมคนรักษ์ช้างแม่ศึก" เลขที่บัญชี 020317746608 หรือ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับนายดวงจันทร์  ธรรมชาติมณี ประธานกลุ่มชุมชนรักษ์ช้างแม่ศึก  ที่เบอร์โทรศัพท์ 093-220-5499 และนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 081-867-1253" 419069,"ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปริมาณมีฝนที่ตกอย่างหนักตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (14 มิ.ย.63) ส่งผลให้เมื่อเวลาราว 00.30 น.เกิดมีน้ำป่าไหลหลากลงจากเขาวังเหว ในเขตพื้นที่อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ กระทั่งเวลา 04.00 น.น้ำจึงไหลเข้าท่วมหมู่ 1 และหมู่ 3 ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จนเอ่อทะลักออกจนคลองปากตก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจนเกิดผลกระทบแล้ว เนื่องจากขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำไม่ทัน

โดยระดับน้ำท่วมสูงราว 30 - 50 เซนติเมตร ล่าสุดฝนยังไม่หยุดตก ขณะที่ปริมาณน้ำป่าจากเขาวังเหว ยังไหลเข้าหนุนคลองในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องจนทำให้บริเวณคอสะพานมีเศษซากต้นไม้ไหลปิดทางน้ำส่งผลให้น้ำไหลไม่สะดวก กระทั่งเกิดการเอ่อทะลักออกจากตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/15/18นูรีแผลงฤทธิ์เพชรบูรณ์-16-9-p3.jpg
นางจันทราภา สุขันธ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลยางงาม กล่าวว่า ฝนตกหนักทั้งคืนจนทำให้น้ำป่าไหลหลากจากเขาวังเหว ประกอบกับ คันกั้นน้ำที่ อบต.ซ่อมแซมไว้ก่อนหน้านี้ถูกน้ำกัดเซาะพังทลายจนทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วม 2 หมู่บ้านได้แก่ หมู่ 1 และ หมู่ 3 และล่าสุดเร่งสำรวจความเสียหาย คาดว่า น่าจะมีบ้านเรือนในทั้ง 2 หมู่บ้านได้รับผลกระทบเกือบ 60 หลังคาเรือน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลอง เนื่องจาก ขนของหนีน้ำไม่ทัน

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/15/19นูรีแผลงฤทธิ์เพชรบูรณ์-16-9-p1.jpg/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/15/49นูรีแผลงฤทธิ์เพชรบูรณ์-16-9-p2.jpg" 419823,"วันนี้ (18 มิ.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่ กล่าวว่าหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย เข้าใจความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่ต้องอยู่กับบ้าน ทำงานที่บ้านภายใต้มาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในช่วง 2 เดือนกว่าที่ผ่านมา ทันทีที่มาตรการต่าง ๆ ได้ผ่อนคลาย ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟู อุดมสมบูรณ์ สวยงามมาก ขณะเดียวกันภาครัฐ ภาคเอกชนและธุรกิจท่องเที่ยว มีความพร้อมทั้งมาตรการ การปรับปรุง การบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ และยังคงให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนอีกครั้งภายใต้แคมเปญ“Krabi We Care”  

โดย ททท.กระบี่ จะเน้นหนักใน 3 เรื่องเที่ยว ได้แก่ ท่องเที่ยวเชิงอาหาร ท่องเที่ยวเพื่อสร้างสุขภาพกายและท่องเที่ยวเสริมพลังใจ ให้สอดรับรูปแบบพฤติกรรมความปกติใหม่ หรือ New Normal  เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชื่นชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยว กลุ่มครอบครัว และกลุ่ม Gen Y โดยท่องเที่ยวเชิงอาหารชูทั้งเมนูอาหารทะเล เมนูอาหารถิ่นที่ปรุงจากวัตถุดิบและส่วนประกอบที่เป็นยาให้สรรพคุณกับร่างกาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์จากต้นทางวัตถุดิบสู่เมนูเด็ดบนโต๊ะอาหาร ดัวยกิจกรรมส่งเสริมการขาย “กินดีอยู่ดี Take me to Krabi” มอบคูปองเงินสด 500 บาท สำหรับนักท่องเที่ยว 500 คนแรก ที่กลับมาเยือนกระบี่เข้าพักในโรงแรมเข้าร่วมกิจกรรม รับคูปองเงินสดนำไปใช้จ่ายกับร้านอาหารที่เข้าร่วมกิจกรรม โครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนถึง 15 ก.ย. 2563 นี้ 

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/94image_SQ-01.jpg/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/41image_SQ-02.jpg


ส่วนการท่องเที่ยวเพื่อสร้างสุขภาพกาย นำการพายเรือคยัค สร้างความแข็งแรงให้ร่างกายนักท่องเที่ยวไปพร้อม ๆ ทัศนียภาพที่สวยงามโดดเด่นของอ่าวท่าเลนในช่วงกรีนซีซัน สำหรับการเที่ยวเสริมพลังใจ มีกิจกรรมค่อนข้างหลากหลาย แต่จะหยิบนำเสนอวัดมหาธาตุแหลมสัก วัดบางโทง วัดคลองท่อม ชมดอกหน้าวัวที่สวนพืชสวน และวิถีชีวิตชุมชนที่น่ารักของชาวกระบี่เช่น การทำกะปิบ้านอ่าวน้ำชุมชนแหลมสัก สัมผัสวิถีชุมชนเกาะกลางมนต์เสน่ห์เกาะหน้าหน้าเมืองกระบี่ ชมและสัมผัสกลิ่นการคั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบโบราณที่ชุมชมบ้านไร่ใหญ่ เป็นต้น

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/9image_SQ-08.jpg/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/39image_SQ-03.jpg" 419900,"ผู้มีบัตรคนจน จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท รวมระยะเวลา 3 เดือน จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องลงทะเบียน 

สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการของภาครัฐในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 1,164,222 คน จะได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (พ.ค. – ก.ค. 63) ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ วงเงินงบประมาณ 3.49 พันล้านบาท

กรณีที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จำรหัส ATM (PIN 6 หลัก) ของตนเองไม่ได้ สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้

-ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถกำหนดรหัสใหม่เพิ่มเติมด้วยตนเองที่เครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง
-จากนั้นปฏิบัติตามขั้นตอนที่ธนาคารกรุงไทยกำหนด โดยทางธนาคารกรุงไทยได้อำนวยความสะดวกโดยแจ้งรายละเอียดไว้ด้านข้างของเครื่อง ATM ทุกเครื่อง
-หลังจากสอดบัตรเข้าตู้ ATM ให้กดตัวเลข 6 หลัก (เช่น 123456)
-เลือกลืมรหัสคู่บัตร
-จากนั้นให้ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ / กดยืนยัน
-ตั้งคู่รหัสใหม่จำนวน 2 ครั้ง
-กดหมายเลข OTP และกดยืนยัน

หากติดปัญหา เช่น รูปแบบหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง หรือหมายเลขซ้ำกันในระบบ ติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง เพื่อขอเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ โดยเตรียมบัตรประจําตัวประชาชน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นหลักฐานประกอบในการดําเนินการ

สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน มีอายุการใช้งาน 5 ปี นับจากเดือนปีที่ผลิต (30 กันยายน 2565) ใช้เป็นเครื่องมือในการชําระค่าสินค้าและบริการทั้งในภาคการขนส่งและ นอกภาคการขนส่ง รวมทั้งยืนยันสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกครั้ง นอกจากนี้บัตรยังมีคุณสมบัติเป็นกระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) สามารถเติมเงินลงในบัตรได้และถอนเงินในส่วนที่เติมนี้เป็นเงินสดได้ที่ ATM หรือสาขาธนาคารได้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มี 2 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips เป็น Contact Chip และ Contactless Chip และแถบแม่เหล็ก Contactless Chip จะเป็นไปตามมาตรฐานกลางระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) สําหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนกับหน่วยรับลงกับหน่วยลงทะเบียนในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการนครปฐม และสมุทรสาคร
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/24news.jpg




แบบที่ 2 บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก สําหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนกับหน่วยรับลงทะเบียน นอกเขตจังหวัดดังกล่าว (นอกเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร)

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/92news_2.jpg


คําแนะนําการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ตามเงื่อนไขที่กําหนด
-กรุณาเก็บบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและรักษาบัตรไว้เป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของท่านในการรับสวัสดิการจากรัฐบาล
-หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นนําบัตรไปใช้ เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตร และผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้จะมีความผิด ต้องชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อย่าหลงเชื่อ! ไม่มีการตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงินเยียวยา 3000 ผ่าน e-Social Welfare
- แนะขั้นตอน ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เช็กได้ที่ govwelfare.cgd.go.th" 419933,"“ถึงฉันจะตาบอด ฉันจะไม่ยอมเป็นภาระของใคร ฉันจะไม่แบมือขอเงินใครให้เขาเดือดร้อนเป็นอันขาด” น้ำเสียงที่หนักแน่น แน่วแน่ในความตั้งใจของผู้พิการทางสายตา นางสาวนิตยา ช่วงชู หรือ”ป้านิด” ปีนี้เธออยู่ในโลกมืดมาอย่างยาวนาน 72 ปี ทำอาชีพขายขนมปังบางลำพู ข้างกำแพงวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ขายมาปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว

ป้านิดเล่าว่าครอบครัวของป้ามีพี่น้อง 3 คน ตนเองเป็นคนสุดท้อง ส่วนคนอื่นไม่ได้เป็นผู้พิการ แต่เธอตาบอดตั้งแต่กำเนิด ผู้เป็นแม่ได้พยายามให้เธอมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยส่งเรียนจนจบหากเทียบเท่าปัจจุบันก็คือจบ ม.6 จนป้าสามารถนำการเรียนรู้จากโรงเรียนสอนคนตาบอดมาปรับใช้และอยู่ได้ด้วยตนเอง

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/70Screen_Shot_2563-06-17_at_4.34.13_PM.png

หลังแม่จากโลกนี้ไปป้านิดกลายเป็นคนโดดเดี่ยว เพราะพี่น้องไม่ได้หันมาเหลียวแลเธอเพราะต่างแยกไปมีครอบครัว เธอจึงตัดสินใจเดินหน้าอยู่ด้วยตนเอง เริ่มต้นก็ขายลอตเตอรีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะบางงวดขายไม่ออก ขาดทุน และมีคนมาแอบขโมยไป จึงตัดสินใจมาขายขนมปังบางลำพู โดยขายก้อนละ 50 บาท ป้าจะได้กำไรก้อนละ 5 บาท ส่วนมากจะขายได้วันละ 300 บาท ซึ่งต้องแบ่งค่าเช่าห้อง 3,000 บาท และค่าจ้างคนเข็นขนมปังกับค่าเข็นรถมาตั้งแผงวางขนมปังขายอีก 1,700 บาท ในแต่ละเดือนป้าจึงต้องหาเงินให้ได้ 5,000 บาท เพื่อให้พอกับค่าใช้จ่าย

บางวันแดดแรง ฝนตก ป้านิดก็จะมีผ้ายางใส ๆ มาคอยบังแดดบังฝน เพื่อไม่ให้ขนมปังเปียก ยอมให้ตัวเองเปียกฝนได้แต่ขนมปังเปียกไม่ได้ เพราะต้องขายลูกค้าให้หมดไม่เช่นนั้นจะขาดทุน บางครั้งก็มีคนมาขโมยขนมปัง แต่ป้านิดไม่สามารถทำอะไรได้เพราะมองไม่เห็น ป้านิดจะคิดเสมอว่าไม่เป็นไร เขาคงอยากกิน เขาคงลำบาก เลยต้องมาขโมย ให้ถือว่าวันนั้นได้ทำบุญ

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/88Screen_Shot_2563-06-17_at_4.34.35_PM.png

เมื่อถามว่ากำไรก้อนละ 5 บาท มันเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหรือ ป้านิดเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า แค่นี้ป้าก็พอแล้ว แค่มีเงินค่าเช่า ค่ากิน ค่าเดินทางป้าก็พอใจ เพราะป้าจะไม่มีวันไปขอเงินใคร หรือไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครโดยเด็ดขาด จะไม่นำคำว่าตาบอด มองไม่เห็นมาเป็นข้ออ้างให้ตนเองไปเป็นภาระของใคร หากคนอื่นอยู่ได้ มีชีวิตอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ บางครั้งป้านิดเคยถามว่าทำไมเราต้องมองไม่เห็น ทำไมถึงไม่ปกติเหมือนคนอื่น ก็เสียใจแต่ในเมื่อเราเกิดมาแล้วเราต้องสู้ จะยอมแพ้ไม่ได้

“หลาย ๆ ครั้งมักจะมีคำกล่าวที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่คงใช้ไม่ได้กับป้านิดเพราะหน้าต่างของป้านิดคือรอยยิ้ม ที่คอยบ่งบอกถึงความสวยงามของชีวิตให้กับคนที่ได้มาพบเจอ ดั่งเพลง หรือกลอนที่เคยกล่าวไว้ว่า ดั่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ” 

สำหรับใครที่อยากไปอุดหนุนป้านิดสามารถไปได้ทุกวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ทีป้ายรถเมล์ กำแพงวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2020/06/18/70Screen_Shot_2563-06-17_at_4.33.52_PM.png" 420883,"เกษตรกรด้านพืช เช็กด่วน มีเกษตรกรได้รับสิทธิเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร แต่โอนเงินไม่ผ่านกว่า 7 หมื่นราย

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้กล่าวว่าถึง การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ทางกรมส่งเสริมการเกษตรขอให้เกษตรกรด้านพืชติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อแก้ไขข้อมูลด่วน หลังทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่สามารถจ่ายเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรผู้มีสิทธิ์ จำนวน 74,295 คน

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/23/5ef1da0cb1fa01.86150308.png

โดยมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น เกษตรกรเสียชีวิต เลขประจำตัวประชาชนผิด และเลขประจำตัวประชาชนจำหน่ายหรือยกเลิก จำนวน 42,745 ราย  ไม่พบบัญชีธนาคารหรือบัญชีธนาคารไม่สมบูรณ์ จำนวน 31,550 ราย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขอให้เกษตรกรเร่งตรวจสอบรายชื่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอปิดประกาศในชุมชนและติดต่อขอแก้ไขข้อมูลโดยด่วน

สำหรับกรณีหัวหน้าครัวเรือนเกษตรกรเสียชีวิต หากสมาชิกในครัวเรือนยังทำการเกษตรต่อจากหัวหน้าครัวเรือนเดิม ขอให้สมาชิกในครัวเรือนดำเนินการกรอกแบบฟอร์มขอเปลี่ยนหัวหน้าครัวเรือนที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ 1- 4 โดยด่วน ทางเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการบันทึกข้อมูลในระบบทะเบียนเกษตรกรให้  ส่วนครัวเรือนเกษตรกรที่ไม่ได้ทำการเกษตรแล้ว ให้ผู้นำชุมชนรับรอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะทำการยกเลิกทะเบียนเกษตรกร

ส่วนกรณีเลขประจำตัวประชาชนผิด ขอให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้อง และแจ้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร และกรณีเลขประจำตัวประชาชนถูกจำหน่ายหรือยกเลิก ให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้อง และติดต่อหน่วยงานทะเบียนราษฎรในพื้นที่ เพื่อแจ้งปรับปรุงสถานะและยืนยันตัวบุคคล

และกรณีไม่พบบัญชีธนาคารหรือบัญชีธนาคารไม่สมบูรณ์ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารว่า มีชื่อบัญชีตรงกับชื่อเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ บัญชีธนาคารมีความเคลื่อนไหวเป็นปัจจุบัน หรือเปิดบัญชีธนาคารร่วมกับบุคคลอื่น หรือบัญชีธนาคารเพื่อบุคคลอื่นหรือไม่ หลังจากนั้นให้เกษตรกรดำเนินการปรับปรุงบัญชีธนาคารให้เรียบร้อย พร้อมแจ้งบัญชีธนาคารที่ถูกต้องทาง www.เยียวยาเกษตรกร.com

หลังจากเกษตรกรแก้ไขข้อมูลเรียบร้อย ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการประมวลผลและส่งข้อมูลให้กับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเพื่อใช้คัดกรองเกษตรกรรับสิทธิ และส่งข้อมูลให้ ธ.ก.ส. เพื่อโอนเงินให้เกษตรกรต่อไป

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร

เกาะติดสถานการณ์ โควิด-19 > https://www.ch7.com/covid19

โควิด19

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เช็กสิทธิเยียวยาเกษตรกร กลุ่มไหนจ่ายเมื่อไหร่? เกษตรกรกลุ่ม 3 รับเงินรวดเดียว 15000 บาท
- เปิดขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร ครัวเรือนละ 15,000 บาท" 425276,"แนะนำวิธีการง่ายๆ การใช้คูปองอาหาร / ท่องเที่ยว บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ย้ำลงทะเบียนที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 15 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ได้เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิส่วนลดค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว สำหรับการไปท่องเที่ยวในประเทศแล้ว

ซึ่งทางแฟนเพจ Krungthai Care ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปแนะนำวิธีการใช้คูปองอาหาร - ท่องเที่ยว บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งนี้ ทุกครั้งในการชำระเงินให้กับร้านค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระบบจะตัดเงินจำนวน 40% ของยอดที่ต้องชำระ แต่ไม่เกินจำนวนเงินในคูปองที่ได้รับ และส่วนที่เหลืออีก 60% ผู้ได้รับสิทธิจะเป็นผู้ชำระเงินให้กับร้านค้า

วิธีการใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน

1.เปิดแอปฯ เป๋าตัง จากนั้นคลิกที่แถบเมนูเราเที่ยวด้วยกัน
 

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bcda98427.49841501.JPG

2.คลิกที่แถบเลือกใช้คูปอง ( ใช้คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว)

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bcdcd5562.34944377.JPG

3.จากนั้นคลิกไปที่สแกน QR เพื่อใช้คูปอง

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bce91f256.79724087.JPG


4.ต่อมาสแกน QR ร้านถุงเงิน
https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bceacafb0.10897822.JPG

5.ตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ หลังหักส่วนลดคูปองฯ 40 %

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8e13cfef29.62880052.JPG

6.เลือกช่องทางชำระเงิน ผู้ได้รับสิทธิสามารถชำระได้ผ่าน G-Wallet และบัตรเครดิต/เดบิต
(แต่กรณี ร้านค้าถุงเงิน ไม่รองรับบัตรเครดิต/เดบิต จะไม่สามารถเลือกชำระด้วยบัตรได้)

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bcf24ee98.17832990.JPG


7.จากนั้นระบบจะให้ท่านกรอกรหัส PIN 6 หลักของแอปฯ เป๋าตัง

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bcf6b9f09.86945857.JPG

8.หากท่านทำรายการสำเร็จ ระบบจะโชว์ข้อมูลว่า ทำรายการสำเร็จ และแสดงข้อมูลให้เห็นว่า คูปองอาหาร/ท่องเที่ยว ถูกใช้ หักลบกับจำนวนเงินที่ต้องชำระ และโชว์ส่วนต่างที่ต้องชำระเพิ่มเติม

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e8bcf98eec0.33111177.JPG

สำหรับการรับสิทธิส่วนลดค่าที่พัก ให้เข้าไปลงทะเบียนที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ผู้ขอรับสิทธิต้องกรอกข้อมูล และยืนยันรหัส OTP จากนั้นให้รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนประมาณ 3 วัน คาดว่า 18 กรกฎาคม ก็จะทยอยส่ง SMS แจ้งผลให้กับผู้ที่ลงทะเบียนได้

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/07/15/5f0e93338bc374.98009863.JPG

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7HD Social News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ Krungthai Care

เกาะติดสถานการณ์ โควิด-19 > https://www.ch7.com/covid19

โควิด19