ข่าวดึก 7HD

พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่อนปรนให้ปฏิบัติศาสนกิจละหมาดวันศุกร์ได้

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ไปตรวจที่มัสยิดกลางอำเภอยะหา เพื่อติดตามความพร้อมในการปฏิบัติศาสนกิจ ที่จะเปิดให้ละหมาดวันศุกร์ได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หลังจากปิดมัสยิดมานานเกือบ 2 เดือน เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้มัสยิดกลางอำเภอยะหา มีคนไปลงทะเบียนเพื่อขอละหมาดวันศุกร์ 550 คน แต่ทางมัสยิดจะอนุญาตให้เข้าไปละหมาดภายในมัสยิดได้แค่ 400 คน ส่วนอีก 150 คน จะให้ละหมาดภายนอกมัสยิด

ขณะที่ นายสุทธิมาตร มาหาหมัด อีหม่ามมัสยิดกลางอำเภอยะหา บอกว่า ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยให้อาบน้ำละหมาดมาจากบ้าน นำพรมละหมาดมาจากบ้าน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ วัดไข้ก่อนเข้ามัสยิด ไม่มีการสลามหรือจับมือกัน และจะต้องเว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย

ที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีมัสยิด 721 มัสยิดใน 12 อำเภอ แต่ที่ผ่านเกณฑ์ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปัตตานี ที่จะผ่อนปรนให้ละหมาดวันพรุ่งนี้ได้มีเพียงแค่ 380 มัสยิดเท่านั้น แต่เชื่อว่าที่เหลือจะเปิดให้ละหมาดเช่นกัน เนื่องจากการละหมาดวันศุกร์เป็นการปฏิบัติศาสนกิจที่สำคัญของชาวมุสลิม

ซึ่ง นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี จะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำทุกมัสยิด เพื่อคัดกรองผู้ที่จะร่วมละหมาด รวมทั้งให้ผู้ที่จะละหมาดปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรค และคำแนะนำของจุฬาราชมนตรีอย่างเคร่งครัด และเว้นระยะห่าง 1.5 - 2 เมตร โดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ที่ละหมาดปลอดจากโรคโควิด-19

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา กลายเป็นศูนย์ หลังแพทย์อนุญาตให้ผู้ติดเชื้อ 2 คนสุดท้าย กลับได้แล้ว หลังผลตรวจเป็นลบทั้งสองครั้ง

ทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 ร่วมกันส่งตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19  2 คนสุดท้ายของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดากลับบ้านในวันนี้ หลังทั้ง 2 คนได้รับการรักษาจนหายขาด ผลแล็บออกมาเป็นลบติดต่อกัน2 ครั้ง โดยมีญาติและเพื่อนมารอรับ พร้อมแสดงความดีใจ แต่ทั้ง 2 คน ยังต้องกลับไปกักตัวที่บ้านต่ออีก 14 วัน ตามมาตรการเฝ้าระวัง เท่ากับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 44 คน ของจังหวัดสงขลา รักษาหายแล้วทั้งหมด แต่จังหวัดก็ยังเข้มงวดมาตรการต่างๆ ต่อไป

ขณะที่มาตรการเฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา จังหวัดพิษณุโลก ประกาศลดจังหวัดกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องกักตัว 14 วัน หากเดินทางเข้าพื้นที่จากเดิม 18 จังหวัด เหลือ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส พร้อมยกเลิกด่านคัดกรองโรคโควิด-19 7 ด่าน หลังจังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันแล้ว 41 วัน

ที่จังหวัดอุดรธานี วันนี้มีกลุ่มเสี่ยงใหม่ ที่จังหวัดส่งรถบัสเที่ยวพิเศษไปรับจากจังหวัดภูเก็ตกลับภูมิลำเนา เดินทางถึงจังหวัดอุดรธานีแล้ว 38 คน หลังมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางกลับ เร็วกว่ากำหนด เนื่องจากมีผู้แจ้งความประสงค์ ยกเลิกความจำนงเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มเสี่ยงทั้ง 38 คน จะได้รับการตรวจคัดกรอง หากผู้ใดมีโรคประจำตัว จะถูกส่งไปกักตัวที่ รพ.สต.ในพื้นที่ตัวเอง ส่วนที่เหลือจะถูกกักตัวภายในค่ายฮีโร่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จนครบกำหนด 14 วัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ลงนามประกาศจังหวัดกาฬสินธุ์ ฉบับที่ 5 เรื่อง ให้ทุกคนในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่อออกจากเคหสถาน ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับ 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2563

การเพิ่มมาตรการเข้มงวดในครั้งนี้ มาจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสถานที่เสี่ยงต่างๆ และพบการหย่อนยาน มีผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อระลอกใหม่