7HD ร้อนออนไลน์

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก พุ่ง 5.1 ล้านคน ตายแล้ว 3.3 แสนคน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ล่าสุดพุ่งทะลุกว่า 5,102,000 คน เสียชีวิตกว่า 332,000 คน โดยสหรัฐ ยังคงมียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 1,577,000 คน เสียชีวิตแล้วกว่า 94,700 คน ขณะที่ บราซิลมีผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งขึ้นกว่า 310,000 คน โดยพบว่าเพียงวันเดียวมีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,188 คน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คน

โดยผู้นำบราซิลซึ่งกำลังขัดแย้งอย่างหนักกับหลายฝ่ายทั้งรัฐบาลกลางและท้องถิ่น เกี่ยวกับมาตรการจัดการโรคโควิด-19 ซึ่งเคยออกมากล่าวเปรียบเทียบว่าโรคโควิด-19 เป็นเพียงไข้หวัดเล็กน้อยเท่านั้น ล่าสุด ได้อนุมัติให้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 สามารถใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินรักษาอาการป่วยได้ ซึ่งสวนทางกับคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญที่ออกมายืนยันว่ายังไม่ปลอดภัย

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในแถบลาตินอเมริกาก็กำลังวิกฤตหนัก ล่าสุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่แซงหน้าสหรัฐและทวีปยุโรปเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันแล้ว โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มลาตินอเมริกาเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 หมื่น 2 พันคน โดยจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในบราซิล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สั่งห้ามประชาชนบริโภคสัตว์ป่า ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำอย่างเด็ดขาด จากเดิมที่สั่งห้ามเพียงการค้าสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมายเท่านั้น นอกจากนี้ ได้เพิ่มมาตรการสั่งห้ามล่าสัตว์ป่า ยกเว้นเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการเฝ้าระวังโรคระบาดที่มาจากสัตว์ เนื่องจากยังพบผู้ฝ่าฝืน และลักลอบค้าสัตว์ป่าในตลาดหลายแห่งของจีน โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ยื่นคำร้องต่อรัฐบาล เพื่อรับ"เงินเยียวยา" หลังถูกห้ามเลี้ยงสัตว์พันธุ์หายาก

ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ออกมาระบุว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 4 ราย เมื่อวานนี้ (21 พ.ค.63) ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากสองวันก่อนหน้านี้ ในจำนวนผู้ป่วย 4 ราย นี้ มีผุ้ป่วย 2 รายเป็นผู้ที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งนี้ จีนมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นภายในประเทศรวมทั้งหมด 35 ราย ภายในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมภายในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 82,971 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังไม่ขยับเพิ่มยังคงอยู่ที่ 4,634 ราย