สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

จับตาปริมาณฝนประเทศไทย

หลังจากประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ภาพรวมปริมาณฝนทั่วพื้นที่ตอนบนของไทย ยังตกไม่มาก ในทางกลับกัน หลายพื้นที่อากาศร้อนจัด ทำให้เกิดความกังวลว่า ปริมาณฝนปีนี้ จะน้อยจนเกิดภัยแล้งขยายวงกว้างหรือไม่

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ปริมาณฝนโดยรวมทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนปีนี้ จะมากกว่าปีที่แล้ว แต่น้อยกว่าค่าปกติ 5 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งแต่ช่วงเดือนนี้ ไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ฝนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ละพื้นที่จะมีฝนตกได้ 40-60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และจะมีฝนตกหนักได้บ้าง แต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนจะลดลง บางพื้นที่ฝนจะมีฝนทิ้งช่วง จนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตร ซึ่งเกษตรกรต้องระมัดระวังความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิต โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซาก และอยู่นอกเขตชลประทาน

และฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่นอีกครั้ง ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน โดยฝนจะตกได้ 60-80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ ซึ่งช่วงดังกล่าว จะต้องระวังเรื่องของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เพราะมีทั้งอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และ ร่องมรสุมที่จะมาพาดผ่านประเทศไทย จากนั้นเดือนตุลาคม ทางเหนือ และอีสาน ฝนจะค่อยๆลดลง และจะเริ่มมีอากาศอากาศหนาวเย็นมาแทนที่ เป็นสัญญาณสิ้นสุดฤดูฝน เข้าสู่ฤดูหนาวนั่นเอง

นอกจากนี้ ต้องเฝ้าระวังเรื่องของพายุ ที่คาดว่าฤดูฝนนี้ จะเคลื่อนเข้าไทย 1-2 ลูก บริเวณภาคเหนือ และอีสาน ช่วงเดือนสิงหาคม หรือ กันยายน

แต่สิ่งที่ต้องจับตา ก็คือปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักตอนนี้ ทั้งเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ที่ตอนนี้ยังมีปริมาณน้ำน้อย อย่างเช่นเขื่อนภูมิพล ขณะนี้มีน้ำใช้การได้ 484 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำใช้การได้ 113 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยที่เมื่อวานนี้ไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเลย