รอบรั้วรอบโลก

บราซิลพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทะลุ 2 หมื่น หวั่นลาตินอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่

บราซิลพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 พุ่งทะลุ 20,000 คนแล้ว ท่ามกลางความกังวลว่า ประเทศแถบลาตินอเมริกาจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แห่งใหม่ของโลก

ไปดูตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุดพุ่งทะลุกว่า 5.1 ล้านคนแล้ว เสียชีวิตกว่า 333,000 คน โดยสหรัฐอเมริกามียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 1.57 ล้านคน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่กว่า 94,000 คนแล้ว

ทางการบราซิลรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 1,200 คน ในวันเดียว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 20,000 คนแล้ว โดยบราซิลนับเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 310,000 คน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ขณะนี้บราซิลยังไม่ถึงจุดสูงสุดของการระบาด ทำให้คาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าประเทศแถบลาตินอเมริกาจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางการระบาดของโรคโควิด-19 แห่งใหม่ของโลก

ที่เม็กซิโก มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3,000 คนในวันเดียว ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 60,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดอันดับ 3 ในแถบลาตินอเมริกา รองจากบราซิล และเปรู ขณะที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6,510 คน

ที่อินเดีย วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 6,088 คนใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดของโรค ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 118,000 คน เสียชีวิตอีก 3,583 คน ขณะเดียวกัน อินเดียเพิ่งถูกซูเปอร์ไซโคลนอำพันพัดถล่มจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งเสมือนเป็นการซ้ำเดิมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้เลวร้ายลงอีก

ที่สิงคโปร์ วานนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 614 คน ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมกว่า 30,000 คนแล้ว แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดือนเมษายนที่พบผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ขณะนี้ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มวันละราว 400-800 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในหอพักอย่างแออัด หอพักแต่ละห้องมีแรงงานพักอยู่ราว 10-20 คน ทำให้ยากต่อการเว้นระยะห่างทางสังคม

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน กล่าวในที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน หรือเอ็นพีซี (NPC) ที่จัดขึ้นวานนี้ในกรุงปักกิ่ง ว่าปีนี้รัฐบาลจีนจะไม่มีการตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผลสืบเนื่องจากวิกฤตโรคโควิด-19 และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งนับเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2533 หรือเท่าที่มีการบันทึก ที่จีนไม่ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ