สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

จับชายแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ก่อเหตุล่อลวงสามเณร เจ้าตัวอ้างสามเณรเอ่ยปากขอตามไปเอง

นายประเสริฐ แสงจันทร์ อายุ 61 ปี ถูกตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ คุมตัวมาสอบสวน เนื่องจากเป็นผู้ก่อเหตุล่อลวงสามเณรอายุ 13 ปี ที่มาบรรพชาภาคฤดูร้อนออกไปจากวัดแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุรักษาการเจ้าอาวาสวัดที่สามเณรพำนักอยู่ ได้แจ้งความตำรวจพร้อมประสานญาติโยม ให้ช่วยกันโพสต์เฟซบุ๊กประกาศตามหาตัวสามเณรรูปดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยพระภิกษุที่พาสามเณรไป ขับรถยนต์สีแดงสภาพเก่า ทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา

ตำรวจได้รับเบาะแสจากพลเมืองดี แจ้งว่าพบเห็นบุคคลคล้ายพระภิกษุที่กำลังตามหา ในพื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยผู้ต้องสงสัยอยู่ในชุดทั่วไป และมีลักษณะคล้ายคนเมาสุรา เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นพระภิกษุรูปดังกล่าวจริง จึงพาตัวสามเณรที่ถูกล่อลวงไปมาสอบถามที่โรงพัก

สามเณร เล่าว่า ท่านขอตามพระภิกษุรูปดังกล่าวไป เพราะอยากย้ายไปพำนักที่วัดแห่งใหม่ด้วย แต่เมื่อขึ้นรถยนต์ออกไปจากวัดได้ไม่ไกล พระรูปดังกล่าวก็ถอดสบงจีวรออก แล้วเปลี่ยนมาแต่งชุดฆราวาส จากนั้นก็จอดรถที่ร้านค้าซื้อเบียร์มาดื่ม ด้วยไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงได้แต่นั่งรถยนต์ต่อไป จนมีตำรวจมาสอบถาม

ตำรวจสอบถามนายประเสริฐ ว่าเคยบวชเป็นพระจริงหรือไม่ เขายืนยันว่าบวชจริง แต่เมื่อนำข้อมูลจากหนังสือสุทธิมาเปรียบเทียบ พร้อมถามข้อมูลรายละเอียด อาทิ บวชที่วัดไหน จังหวัดอะไร จำวันเดือนปีเกิดตัวเองได้ไหม นายประเสริฐกับตอบไม่ได้ แถมเสียอาการ เผยพิรุธชัดเจน

รักษาการเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนก่อนมีญาติโยมคนหนึ่ง แนะนำนายประเสริฐ ซึ่งแต่งกายเลียนแบบสงฆ์มาขออาศัยอยู่ที่วัด ทีแรกท่านก็สงสัย จึงขอตรวจสอบหนังสือสุทธิ แต่นายประเสริฐ ยืนกรานว่าเป็นพระภิกษุจริง ท่านจึงได้แต่คิดสงสัย กระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้น

ที่สุด นายประเสริฐ ยอมรับเคยบวชเป็นพระภิกษุเมื่อ 20 ปีก่อน จากนั้นก็ย้ายวัดไปเรื่อยๆ และกระทำการบอกเลข ใบ้หวยแก่ชาวบ้าน แลกกับรับประเคนสิ่งของและปัจจัย ตำรวจถามนายประเสริฐ ว่าต้องการพาตัวสามเณรไปทำไม เขาปฏิเสธล่อลวงเด็ก เนื่องจากสามเณรเอ่ยปากขอตามไปเอง
ตำรวจแจ้งข้อหา แต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ