สนามข่าว 7 สี

จำคุก 10 ปี ปรับกว่า 4 ล้านบาท หนุ่มเมียนมาเผาป่าดอยสุเทพ เสียหายกว่า 100 ไร่

ศาลพิพากษา จำคุก 10 ปี และปรับอีกกว่า 4 ล้านบาท ชาวเมียนมา อายุ 25 ปี ที่ลักลอบเผาป่าดอยสุเทพ-ปุย จนทำให้พื้นที่ป่าเสียหายไปกว่า 100 ไร่

จำคุก 10 ปี ปรับกว่า 4 ล้านบาท คดีเผาป่าดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
โดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้เผยแพร่คำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ฟ้องนายโจ๊ะ กี โซ๊ะ อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา จำเลยในคดีเผาป่าเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยสุเทพ และเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จนเกิดไฟป่าลุกลามขยายวงกว้างไปกว่า 114 ไร่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย เป็นเงิน 4,419,578 บาท ให้แก่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากการกระทำของจำเลยเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงสุขภาพอนามัยของประชาชน นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษให้จำเลย

โดยเหตุการณ์นี้ หน่วยลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ออกตรวจพื้นที่หลังได้รับแจ้งพบไฟป่า แล้วไปพบผู้ต้องหารายนี้นอนอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ อีกทั้งยังพบหลักฐานเป็นธูปกำใหญ่ ที่ถูกจุดและปักลงบนพื้นดิน และยังพบไฟแช็ก เทียนไข บุหรี่อีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าจุดเพื่อไล่ยุง แต่กลับเผลอนอนหลับ ทำให้ไฟไหม้ก้านธูปจนหมด แล้วลุกลามไปติดใบไม้แห้ง และขยายวงกว้างจึงจับกุมไปสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี 

ไฟป่าพรุบาเจาะ เสียหายแล้วกว่า 2,000 ไร่ จ.นราธิวาส
ไฟป่าในภาคเหนือ ขณะนี้เบาบางลงไปแล้ว แต่ในพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาส เกิดไฟป่าในพรุบาเจาะ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนขณะนี้ยังดับไม่ได้ ไฟยังคุกรุ่น สร้างความเสียหายพื้นที่ป่าพรุไปแล้วกว่า 2,000 ไร่ ทางจังหวัดนราธิวาส สนธิกำลังกับทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัคร ระดมสรรพกำลัง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานกันอย่างหนัก โดยการดับไฟป่าพรุใช้วิธีการขุดลอกคูน้ำ ผันน้ำจากจุดที่มีแหล่งน้ำ เข้าคลองไส้ไก่ไปในพื้นที่เพื่อสร้างความชุ่มชื้น และช่วยดับไฟป่า แต่อุปสรรคก็คือ ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าพรุ เป็นลักษณะไฟคุกรุ่นอยู่ใต้ดิน ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการดับไฟ และยังต้องใช้กำลังคน โดยแบ่งกำลังออกเป็น 5 ชุด กระจายกันทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชนด้วย

นอกจากนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ยังขอความร่วมมือประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ห้ามเข้ามาในพื้นที่พรุบาเจาะ รวมทั้งประกาศห้ามจุดไฟ หรือเผาวัชพืช หากผู้ใดฝ่าฝืนจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

กองทัพภาคที่ 4 สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ ช่วยดับไฟป่า จ.นราธิวาส
ขณะที่เมื่อวานนี้ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 4 ยังได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 206 เข้าปฏิบัติภารกิจบินสำรวจ เฝ้าระวังสถานการณ์ เพื่อแจ้งมายังภาคพื้นดิน หากเกิดไฟป่าลุกลาม หรือพบพื้นที่ปะทุใหม่ จะได้เร่งระดมสรรพกำลังเข้าดับไฟได้อย่่างทันท่วงที ควบคู่กับการใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 2 (Bell 212) จากหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ ในภารกิจทิ้งน้ำดับไฟป่าด้วย โดยเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน สถานการณ์จะดีขึ้นในไม่ช้านี้