ข่าวภาคค่ำ

ชง ศบค.ชุดใหญ่ คลายล็อกเฟส 3

คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เตรียมส่งรายชื่อกลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนมาตรการ หรือคลายล็อกระยะ 3 ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาวันพรุ่งนี้ ก่อนนำเสนอที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่เห็นชอบ 29 พฤษภาคมต่อไป

ที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มี พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน ได้พิจารณากลุ่มกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการคลายล็อกระยะที่ 3 แล้ว ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ครอบคลุมวงกว้างมากที่สุด และนำกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากระยะที่ 4 บางส่วน ให้ได้รับการคลายล็อกระยะที่ 3 นี้ด้วย เพราะถือว่าถึงเวลาเหมาะสมที่ต้องเริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว

รวมถึงการปรับลดช่วงเวลาเคอร์ฟิว และการผ่อนคลายมาตรการงดหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด ที่จะออกเป็นข้อกำหนดกลาง ซึ่งแต่ละจังหวัดสามารถบังคับใช้มาตรการที่เข้มข้นได้

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ ยังไม่สามารถสรุปกิจการและกิจกรรม ที่จะคลายล็อกในระยะที่ 3 ได้ทั้งหมด เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ จึงจะมีการประชุมกันต่อในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) ก่อนให้ทาง ศบค. พิจารณาในวันศุกร์นี้ (29 พ.ค.)

ขณะที่ โฆษก ศบค. ระบุกรอบเวลาการคลายล็อกเดือนมิถุนายนด้วยว่า ช่วง 2 สัปดาห์แรก จะเป็นการคลายล็อกระยะที่ 3 อีก 2 สัปดาห์ เป็นช่วงคลายล็อกระยะที่ 4 เพื่อให้เป็นช่วงเวลาของการปรับตัว ใจ กาย ตามวิถีใหม่ และเมื่อเกิดความสมดุลด้านสุขภาพกับเศรษฐกิจ และครบกำหนดขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สิ้นเดือนมิถุนายนแล้ว ก็จะนำกฎหมายปกติมาบังคับใช้แทนต่อไป

เกือบ 10 ชั่วโมง ของการอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ สู้โรคโควิด-19 ภายใต้การประชุมสภาวิถีใหม่ ไร้การประท้วงวุ่นวาย นายกรัฐมนตรี แจงว่าประเทศเสียหายจากโควิดถึง 9.8 แสนล้านบาท จึงต้องกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค, ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ-สังคม พร้อมยืนยันใช้เงินอย่างโปร่งใส และเรียกความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ส่วนฝ่ายค้านชมรัฐบาลควบคุมโรคได้ดี แต่ล้มเหลวเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมแนะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ด้วย