สนามข่าว 7 สี

ศาลล้มละลายกลาง รับคำร้องการบินไทย

ในที่สุด ศาลล้มละลายกลางก็รับคำร้องของบริษัทการบินไทย และมีคำสั่งให้ประกาศให้สาธารณชน รวมถึงแจ้งเจ้าหนี้รับทราบด้วย

ศาลล้มละลายกลาง รับคำร้องการบินไทย
ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทยแล้ว โดยนัดไต่สวน วันที่ 17 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น. และสั่งให้ประกาศคำสั่งดังกล่าว รวมถึงวันและเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อย 1 ฉบับ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 7 วัน เพื่อชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบว่า การบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างเป็นทางการแล้ว และให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย รวมถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วย โดยระหว่างนี้ การบินไทยจะได้รับสิทธิในการพักชำระหนี้ หรือ Automatic Stay หากเจ้าหนี้รายใดมีความประสงค์จะคัดค้าน ให้ยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่า 3 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่คัดค้าน

เปิดไทม์ไลน์แผนฟื้นฟูการบินไทย
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทย เปิดเผยขั้นตอนหลังศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูแล้ว ถือเป็นการเริ่มต้นการใช้กฎหมายล้มละลาย เพื่อให้การพักชำระหนี้โดยผลของกฎหมาย หรือ Automatic Stay หลังจากนี้เจ้าหนี้ในประเทศไม่มีสิทธิฟ้อง หรือทวงหนี้ได้ ส่วนหนี้สินต่างประเทศ จะต้องยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เป็นเรื่องของบริษัทจะพิจารณาดำเนินการ

สำหรับขั้นตอนต่อไปนั้น หลังศาลรับคำร้องจนถึงเริ่มดำเนินการตามแผนฟื้นฟู คาดใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งไม่น่าจะทันภายในปีนี้ จากนั้นเป็นการฟื้นฟูกิจการที่คาดว่าจะใช้เวลา 5 ปี และสามารถขยายเวลาออกไปได้

ไพรินทร์ ยื่นลาออกบอร์ดการบินไทย
ช่วงเย็นวานนี้ (27 พ.ค.) นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กับประธานการบินไทยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีผลทันที โดยสาเหตุการลาออก เนื่องจากติดกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนายไพรินทร์ ยังพ้นจากตำแหน่ง รมช.คมนาคม ไม่ถึง 2 ปี ซึ่งไม่สามารถไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนได้ นอกจากนี้สมัยที่นายไพรินทร์ เป็น รมช.คมนาคม ได้กำกับดูแลการบินไทย จึงเกรงว่าการเป็นกรรมการของการบินไทยในครั้งนี้จะมีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งได้ จึงได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ เพื่อไม่ให้การฟื้นฟูการบินไทยประสบปัญหา

สำหรับการลาออกของนายไพรินทร์ ไม่มีผลกระทบกับแผนฟื้นฟูการบินไทย ที่อยู่ในกระบวนการของศาลล้มละลายกลาง และมีชื่อของนายไพรินทร์ อยู่ในผู้จัดทำแผนฟื้นฟูด้วย เพราะรายชื่อคนทำแผนฟื้นฟูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา จนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุมัติให้ทำแผนฟื้นฟู

และขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องตั้งกรรมการใหม่แทนนายไพรินทร์ เพราะตอนนี้บริษัทการบินไทยเป็นบริษัทเอกชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งระเบียบของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กำหนดไว้ บริษัทต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน ซึ่งตอนนี้บริษัทการบินไทยมีกรรมการเกินกว่าที่ ก.ล.ต. กำหนด และการจะตั้งกรรมการของการบินไทยเพิ่ม หลังจากที่เป็นบริษัทเอกชนแล้วทำได้ง่าย สามารถแต่งตั้งรายงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ทันที ต่างจากที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่ต้องมีการสรรหาและต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ซึ่งใช้เวลานาน ดังนั้นการลาออกของนายไพรินทร์ จึงไม่กระทบกับการดำเนินการฟื้นฟูการบินไทย หากบริษัท หรือศาล เห็นว่าต้องมีกรรมการ หรือผู้ทำแผนเพิ่ม ก็สามารถเสนอชื่อคนที่เหมาะสมเข้าไปทำงานได้ทันที