รอบรั้วรอบโลก

ดิสนีย์เวิลด์ เตรียมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง 11 ก.ค.นี้

สวนสนุกดิสนีย์เวิลด์ (Disney World) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ วางแผนเตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในวันที่ 11 กรกฏาคมนี้ ภายหลังต้องปิดให้บริการเป็นระยะเวลานานหลายเดือน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยทางดิสนีย์วางมาตรการด้านสาธารณสุข อาทิ พนักงานและนักท่องเที่ยวทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยและวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง, จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการ, งดขบวนพาเหรดหรือกิจกรรมที่ทำให้มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน, เพิ่มจุดล้างมือและสนับสนุนให้ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์แทนการใช้เงินสด เพื่อลดความเสี่ยง ทั้งนี้ แผนการดังกล่าว ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว เหลือเพียงรอการอนุมัติจากผู้ว่าการรัฐฟลอริดาเท่านั้น โดยในปัจจุบันสวนสนุกดิสนีย์มีทั้งหมด 12 แห่งทั่วโลก และมีเพียงเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ในจีนเท่านั้น ที่กลับมาเปิดให้บริการแล้ว

ขณะที่ตุรกี อนุญาตให้รถไฟที่วิ่งให้บริการระหว่างกรุงอังการา และนครอิสตันบูล กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังต้องหยุดให้บริการไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยจะให้บริการวันละ 16 เที่ยว เพียงครึ่งความจุเท่านั้น และจะไม่รับผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและต่ำกว่า 20 ปี อีกทั้งไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

ด้านโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เผยให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานภายใต้รูปแบบวิถีชีวิตใหม่ โดยพนักงานทุกคนจะต้องใส่หน้ากากเฟซชีลด์และหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะทำงาน รวมทั้งใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลเมียนมา บังคับใช้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ

ขณะเดียวกัน มีการเผยภาพก้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณชายฝั่งเมืองอองทีบส์ (Antibes) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส โดยกลุ่มนักดำน้ำซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มเอ็นจีโอ เคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งมีชื่อว่า โอเปอเรชัน คลีน ซี (Opération mer propre) ซึ่งเผยให้ถึงขยะหน้ากากอนามัยเกือบ 10 ชิ้น และถุงมือยางลาเท็กซ์ 14 ชิ้น ปะปนอยู่กับขยะอื่น ๆ บริเวณก้นทะเล ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้เรียกร้องขอความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากขยะเหล่านี้เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก จากเว็บไซต์ www.worldometers.info ล่าสุดพุ่งขึ้นกว่า 5.854 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 359,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิต ที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปมากถึง 159,000 คน ขณะที่บราซิลยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะลุ 400,000 คนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 25,000 คน