สนามข่าว 7 สี

ผู้ประกันตน ท้อ ร้องเรียนจ่ายเงินว่างงานช้าเกือบแสนคน

ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีหยุดงานจากผลกระทบโควิด-19 เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์ และยื่นอุทธรณ์ ที่สำนักงานประกันสังคมจำนวนมาก

นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นำรายชื่อของผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา กรณีหยุดงานจากเหตุสุดวิจัย จากผลกระทบโควิด-19 มายื่นให้กับสำนักงานประกันสังคม

โดยขณะนี้มีผู้ประกันตนยื่นขอรับเงินเยียวยากว่า 1.3 ล้านคน ได้รับเงินแล้วกว่า 1.2 ล้านคน รวมเป็นเงินกว่า 7,000 ล้านบาท และยังไม่ได้เงินกว่า 90,000 คน ซึ่งมีบางส่วนเดินทางมายื่นร้องทุกข์และอุทธรณ์ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์โควิด-19 สำนักงานประกันสังคม เนื่องจากบางคนหยุดงานตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา จึงเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องหยิบยืมเงินของคนอื่นมาใช้จ่ายก่อน ในช่วงที่ไม่มีรายได้

โดยปัญหาหลักที่ผู้ประกันตนยังไม่ได้รับเงินเยียวยา เพราะเลขที่บัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง นายจ้างไม่แจ้งปิดกิจการ และทำงานคาบเกี่ยวไม่ครบ 6 เดือน ซึ่งผู้ประกันตนกลุ่มที่ทำงานไม่ครบ 6 เดือน จะมีการประสานไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อให้ไปขอรับเงินเยียวยากับโครงการเราไม่ทิ้งกันแทน

อีกด้านจากเวทีเสวนา บทเรียนโควิด-19 สู่นโยบายฟื้นฟูฯ ที่โปร่งใสและเป็นธรรม มีภาคประชาสังคม และนักวิชาการ ร่วมนำเสนอทางแก้ปัญหา โดยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ปัญหาระยะยาวที่แม้จะมีการเปิดเมืองแล้ว แต่กำลังซื้ออาจไม่กลับมา

โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และบริการ ขาดรายได้ต่อเนื่อง และคาดว่าโควิด-19 จะอยู่ไปอีก 1-2 ปี จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งอาจทำให้บางธุรกิจไม่สามารถกลับมาเปิดได้ในเร็ววันนี้ จึงอยากให้รัฐบาลส่งสัญญาณเตือนธุรกิจเสี่ยงกลุ่มนี้ เพื่อให้คนทำงานในสาขาดังกล่าวปรับตัว หรือหางานใหม่ที่มั่นคง

ด้าน นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า จะคนวัยทำงานกว่า 7 ล้านคน ถูกเลิกจ้าง และบางบริษัทลดชั่วโมงการทำงาน ลดเงินเดือน ไม่มีโอที บางแห่งให้ทำงานเดือนละ 15 วัน ทำให้รายได้ลดลง ส่วนแรงงานนอกระบบ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก เพราะจะไม่มีเงินเก็บ ไร้งาน ไร้สวัสดิการ และการเยียวยา จึงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาคนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง