ห้องข่าวภาคเที่ยง

ศบค.ชุดใหญ่เคาะคลายล็อกเฟส 3

เป็นการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน วาระสำคัญวันนี้คือการพิจารณากลุ่มกิจการและกิจกรรมที่จะได้รับการผ่อนปรนมาตรการหรือคลายล็อกระยะที่ 3 ที่จะเริ่มวันที่ 1 มิถุนายน

โดยมีทั้งเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด การปรับลดเวลาเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักรจาก 23.00 - 04.00 น. เป็น 23.00 - 03.00 น.ปรับเวลาปิดห้างสรรพสินค้า จาก 20.00 น. เป็น 21.00 น. รวมถึงอนุญาตนั่งรับประทานอาหารภายในร้านแบบจำกัดจำนวน ร้านนวดแผนไทย นวดสปา กลับมาเปิดกิจการได้แบบมีเงื่อนไข ร้านตัดผม ให้เพิ่มบริการทำสีผมในเวลาที่กำหนด งานแสดงสินค้าพื้นที่ไม่เกิน 20,000 ตารางเมตร ฟิตเนส ที่ไม่ได้เล่นเป็นกลุ่ม เช่น โยคะ หรือฟรีเวท กีฬาบางประเภทเพื่อการฝึกซ้อม หรือออกกำลังกายเท่านั้น รวมถึงโรงภาพยนตร์ในและนอกห้างสรรพสินค้า โรงละคร โรงมหรสพ ตามข้อกำหนด

โดยทุกกิจการจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะทั้งหมด และผู้ใช้บริการก็ต้องเช็กอินและเช็กเอาท์ผ่านแอปฯ ดังกล่าว เพราะเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงในเกณฑ์ปานกลางถึงสูงทั้งสิ้น

ขณะที่ พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช.และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาคลายล็อกฯ บอกหลังคลายล็อกแล้วจะประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน เพราะมีความเสี่ยงในระดับสีเหลืองและสีแดง จากนี้จะทยอยเปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความพร้อมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมิถุนายน ไม่ต้องรอ 14 วัน

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนปฏิบัติตาม 5 มาตรการควบคุมหลัก และปฏิบัติ new normal หลังการคลายล็อกระยะ 3 เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงโรคติดต่ออื่นๆ ด้วย ทั้งนี้หลังขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนแล้ว จะมีกฎหมายอื่นๆ มาดูแลแทนต่อไป