เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รวบยกทีม! 5 คนร้ายฆ่าโหดหนุ่มอายุ 23 ปี ทุบตี-ยิงซ้ำ คลุมถุงดำทิ้งร่างอำพรางคดี

เย็นวานนี้ (28 พ.ค.) ตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณกระท่อมหลังหนึ่งกลางสวนมะพร้าว พื้นที่ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หลังพบหลักฐานเป็นสร้อยข้อมือสเตนเลสของ นายวรัญชิต หนูสันทัด อายุ 23 ปี ซึ่งถูกแจ้งความคนหายไว้เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา พร้อมหลักฐานหลายอย่างถูกเผาทิ้งบริเวณนี้

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ตำรวจเร่งหาหลักฐานพร้อมสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทันที พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำ กระทั่งผู้ที่ถูกเชิญตัวทั้งหมดประกอบด้วย นายนัฐศาสตร์ แก้วทองกูล อายุ 24 ปี, นายวรากร ปานเมือง อายุ 30 ปี, นายอภิรักษ์ สะอาด อายุ 26 ปี, นายพงศธร พืชน์ไพฑูรย์ อายุ 23 ปี และ นายกิตติพัฒน์ แก้วสกูล อายุ 30 ปี จำนนต่อหลักฐานยอมรับสารภาพ ว่าร่วมกันก่อเหตุฆ่านายวรัญชิต ก่อนนำร่างทิ้งอำพรางคดี

หลังรับสารภาพตำรวจคุมตัวไปค้นหาร่างของนายวรัญชิตทันที ซึ่งถูกทิ้งบริเวณป่าละเมาะริมถนนสายเอเชีย ในสภาพ พับขายัดใส่กระสอบสีขาว และบริเวณศีรษะถูกคลุมด้วยถุงพลาสติกสีดำ

พวกเขาบอกว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ขณะที่นั่งอยู่บริเวณกระท่อมของนายวรากร นายวรัญชิตได้ส่งข้อความมาหาเพื่อจะเข้ามาขอยาเสพติด ขณะนั้นนายนัฐศาสตร์ เข้าใจว่านายวรัญชิตเป็นสายให้ตำรวจและแจ้งจับแม่ของเขา เมื่อนายวรัญชิตมาถึงทั้งหมดจึงเปิดฉากชกต่อยกันทันที

นายวรากรบอกว่า เขาใช้จอบตีที่บริเวณลำตัวของนายวรัญชิต โดยวรัญชิตพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่กลุ่มของพวกเขายังวิ่งติดตามไป ก่อนใช้ไม้ทุบตีจนนายวรัญชิตหมดสติ จังหวะนี้เขากลับยังบ้านพักเพื่อเอาปืนก่อนกลับมายังที่เกิดเหตุอีกครั้ง

จากนั้นนายนัฐศาสตร์และนายวรากร ช่วยกันนำร่างของนายวรัญชิต โดยพับขายัดใส่ถุงกระสอบสีขาวและนำถุงพลาสติกสีดำสวมที่บริเวณศีรษะ แล้วใช้รถจักรยานยนต์ของนายวรัญชิตขี่นำร่างไปทิ้งบริเวณป่าละเมาะริมถนนสายเอเชีย ก่อนออกมานายนัฐศาสตร์ยังใช้ปืนจ่อยิงซ้ำที่ศีรษะอีกหลายนัด จากนั้นนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งอำพรางคดี และกลับไปบริเวณกระท่อมเผาทำลายหลักฐานทุกอย่าง

ตำรวจได้ร่วมกันตรวจสอบและใช้เวลาในการติดตามนายวรัญชิตมาตลอด หลังจากถูกแจ้งความคนหาย จนกระทั่งมาพบชิ้นส่วนของสร้อยข้อมือผู้ตายดังกล่าว โดยใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด พวกเขาถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย.