7HD ร้อนออนไลน์

สธ.เผยเยาวชนไทยกังวลต่อสถานะการเงินในครอบครัวจากพิษโควิด-19

แพทย์หญิงมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนไทย โดยองค์การยูนิเซฟ ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ในโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์วันที่ 27 มีนาคม ถึง 6 เมษายนที่ผ่านมาจากเด็กและเยาวชนอายุ 6 ปี ถึง 25 ปีขึ้นไป จำนวน 6,771 คนทั่วประเทศ พบว่า สถานการณ์โควิด-19  เกิดผลกระทบกับเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะครอบครัวเปราะบางมีปัญหาความรุนแรงและยาเสพติด  นักเรียนกลุ่มการศึกษาพิเศษ นักเรียนผู้พิการ ผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ที่ต้องการการดูแลจากครูอย่างใกล้ชิด โดยสาเหตุเกิดจากเด็กและเยาวชนไทยส่วนใหญ่วิตกกังวลเรื่องสถานะการเงินของครอบครัว โอกาสในการเรียนและกังวลเรื่องการติดเชื้อไวรัส อีกทั้งมีความเสี่ยงต่อการถูกทารุณกรรม ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากครอบครัวได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ปกครองมีความเครียดสูงขึ้น ร่วมกับการอยู่บ้านด้วยกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้โอกาสที่ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ในบ้านจะใช้อารมณ์ในการลงโทษเด็กอย่างรุนแรงเพิ่มสูงขึ้นได้ และ เด็กๆยังเข้าสู่สังคมออนไลน์มากขึ้นจึงมีความเสี่ยงในการถูกชักจูงล่อลวงจากผู้ไม่หวังดีที่แฝงมาในสังคมออนไลน์ได้เพิ่มขึ้นด้วย

จึงแนะนำพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัว ใช้แนวทางวัคซีนใจในครอบครัว โดยเริ่มต้นที่ครอบครัวต้องมีพลังบวก มีทัศนคติและมองบวก จะมองเห็นทางออกต่อทุกปัญหาแม้ในภาวะวิกฤต แต่เมื่อเห็นทางออกแล้วครอบครัว ยังต้องอาศัยพลังยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนบทบาททำหน้าที่ทดแทนกันและช่วยกันแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้นนำไปสู่การปรับตัวภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ โดยพลังร่วมมือทำให้ครอบครัวปรองดองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ในที่สุด

นอกจากนี้ ขณะนี้เด็กๆ ที่จำเป็นต้องเรียนออนไลน์ขณะนี้ ขอให้พ่อแม่ต้องเป็นตัวช่วยสำคัญในการเรียนรู้โดยเฉพาะเด็กเล็ก หลายคนอาจต้องรวมกลุ่มกัน เพราะข้อจำกัดในเรื่องทรัพยากร โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กที่อยู่หน้าจอมาก ไม่เคลื่อนไหว อาจทำให้เกิดภาวะอ้วน จึงต้องกระตุ้นเตือนให้เด็กลุกจากหน้าจอ เสริมอาหารด้านอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโรคอ้วน

แพทย์หญิงมธุรดา ยังเปิดเผยผลการวิจัยของประเทศญี่ปุ่น ศึกษาในช่วงวิกฤตโควิด-19 พบว่า เด็กใช้เวลากับมือถือเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ ชั้น ม.ต้นและ ม.ปลาย โดยใช้เพื่อ ดูยูทูป มากสุด รองมาคือ เล่นเกม ดังนั้นพ่อแม่สามารถใช้โอกาสอยู่ด้วยกันนี้ แนะนำบุตรหลานว่า ในการรับชมโปรแกรมต่างๆ ในยูทูปที่เหมาะสม  ส่วนการเล่นเกม ขอให้พ่อแม่กำหนดเวลาเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยมีการตกลงโปรแกรมเลือกประเภทของเกมพร้อมบุตรหลาน แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ เป็นตัวอย่างที่ผิด เช่น เล่นเกมมากเกินไป  เล่นเกมรุนแรง เล่นผิดเวลาและเล่นผิดที่ เช่น ห้องนอน  และขอให้พ่อแม่ ที่มีความกังวลว่าลูกจะติดเกม  เข้าใจว่า เด็กที่เล่นเกม ไม่ได้ติดเกมทุกคน การติดเกมมีหลายระดับ โดยเริ่มตั้งแต่เล่นเพื่อคลายเครียดซึ่งพ่อแม่คลายกังวลได้ และให้สังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน หากเด็กไม่สนใจอะไรเลย ละเลยกิจวัตรประจำวัน เด็กมีภาวะหงุดหงิดเมื่อถูกบอกให้ทำกิจวัตร อื่น เช่น อาบน้ำ และ กินข้าว  แสดงว่า เด็กอาจเริ่มมีอาการของการติดเกม โดยวิธีการแก้ไขปัญหา พ่อแม่จะต้องพูดคุยและตกลงเวลา หากเล่นเกมเกินเเวลาต้องมีการเตือนกัน แต่ถ้าเด็กทำตามเงื่อนไข พ่อแม่อาจจะให้รางวัลได้ด้วย