7HD ร้อนออนไลน์

สุดช้ำ สามีถูกหวย 12 ล้าน ขึ้นเงินเสร็จหนีหาย

ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.แอ๊ด อายุ 45 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยติดตามเงินที่ได้จากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ก.พ. 63 เลข 589227 เป็นเงิน 12 ล้านบาท แล้วถูกสามี นำไปขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ.สนามบินน้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนบล็อกโทรศัพท์ตนเองหายเข้ากลีบเฆม ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
   
น.ส.แอ๊ด เล่าว่า ตนเองทำอาชีพค้าขาย รู้จักกับนายแป๊ะเมิ่ือปี 61 ขณะว่าจ้างแท๊กซี่ให้ไปส่ง จากนั้นก็ติดต่อกันมาจนเกิดความรักใคร่ จนกระทั่งนายแป๊ะ ย้ายมาอยู่กินกับตนฉันท์สามีภรรยา ตนเลยให้เลิกขับแท๊กซี่และมาช่วยขับรถให้ตนเอง และตนจะให้เงินสามีใช้วันละ 500-1,000 บาท โดยอยู่กินกันมานานกว่า 2 ปี  รักใคร่กันดูแลกันตลอดมา
  
จนกระทั่งได้มีโอกาสไปส่งสินค้าที่ จ.ราชบุรี ตนและสามีเลยแวะทำบุญกันที่วัดพระศรีอาน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยสามีได้เช่าพระที่วัดด้วย หลังจากนั้นตนกับสามีจึงแวะซื้อสลากกินแบ่ง จำนวน 5 คู่ โดยนายแป๊ะสามีบอกให้ซื้อเลขที่ลงท้าย 27 จึงซื้อเลขท้าย 2 ตัวที่ลงท้ายด้วย 27 มา 5 คู่ และให้สามีเก็บไว้
   
เมื่อถึงงวดวันที่ 1 ก.พ.63 รางวัลที่ 1 คือหมายเลข 589227  ตนเองก็ยุ่งอยู่กับงาน  มาวันที่ 7 ก.พ. 63 ตนกับสามีไปงานบวชหลาน สามีก็มากระซิบตนว่า เขาถูกหวยรางวัลที่ 1 สองใบนะ ไปขึ้นเงินเป็นแคชเชียร์เช็กมาแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ.63 ที่ผ่านมา ต่อไปเราสองคนจะไม่ลำบากแล้ว จะใช้หนี้ให้ตนเองที่กู้ธนาคารมาทำการค้า โดยสามีเปิดมิือถือโชว์แคชเชียร์เช็กเงินสด 11,940,000 บาท ให้ดู ตนจึงขอถ่ายเก็บไว้ในมือถือตนเป็นหลักฐานด้วย
    
หลังจากได้เป็นเงินสดมาแล้วสามีได้ให้เงินตนเองมา 400,000 บาท เพื่อไปปิดรถเก๋งที่ไฟแนนซ์  จนกระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม 63 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา  สามีได้เก็บเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวกลับบ้านที่ จ.สุโขทัย และบล็อกโทรศัพท์ตนเองหายหน้าไปเลย ตนเองเชื่อว่าเขาคงจะเก็บเงินไว้คนเดียวไม่แบ่งให้กับตนเองแน่แล้ว จึงมาร้องขอความช่วยเหลือจากทนายรณณรงค์
   
ขณะที่ทนายรณณรงค์ ได้แนะนำให้สาวแอ๊ด พยายามรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายการอยู่กินกันที่ผ่านมา รวมทั้งหาพยานมายืนยันว่า เป็นสามีภรรยากันจริง พร้อมทั้งเปิดเผยว่า คดีนี้แม้ทั่งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นสามีภรรยากันจริง ใช้เงินกระเป๋าเดี๋ยวกันจริง เงินที่ถูกรางวัลมาต้องแบ่งกันคนละครึ่งตามกฎหมาย คดีนี้ต้องให้ภรรยาแจ้งความเอาผิดกับสามีก่อน ในข้อหาฉ้อโกง ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะหมดอายุความ ไม่ยุ่งยากเหมือนรายอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะเป็นการถูกรางวัลจริง ไม่ใช่คนนี้อางเก็บได้ คนนั้นอ้างเป็นคนซื้อ ขอให้ภรรยารายนี้นำหลักฐานมาให้เพิ่มเติมตนจะพาเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเองทนายคนดังกล่าว