7HD ร้อนออนไลน์

สาวนักบุญบริจาคอัยวะ หลังประสบอุบัติเหตุทางถนนจนสมองตาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ค.63) ได้รับการประสานจาก พญ.นาตยา มิลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบึงกาฬ ว่ามีผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนและเกิดอาการสมองตาย ครอบครัวของผู้ป่วยประสงค์จะบริจาคอวัยวะให้กับบุคคลอื่น ซึ่งจะมีการผ่าตัดนำอวัยวะส่งต่อให้กับผู้ป่วยภายในคืนนี้ (30 พ.ค.63) โดยมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสภากาชาดไทยเดินทางมาผ่าตัด โดยคณะแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดอวัยวะประมาณ 2 ชั่วโมง

หลังการผ่าตัดเสร็จคณะแพทย์ พยาบาล ทำการขอขมาและคารวะร่างผู้ป่วย ก่อนจะนำอวัยวะดวงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ส่งสภากาชาดไทยนำไปผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายอื่นต่อไป ซึ่งการเดินทางมารับและนำส่งอวัยวะในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

นพ.กมล แซ่ปึง รอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบึงกาฬ กล่าวว่ากรณีของ น.ส.วิไลวรรณ เลิศสงคราม อายุ 50 ปี ถือเป็นผู้ป่วยรายแรกของจังหวัดบึงกาฬที่บริจาคอวัยวะ หลังผู้ป่วยรายนี้ประสบอุบัติเหตุทางถนนรถจักรยานยนต์ล้ม ทำให้สมองกระทบกระเทือนจนสมองตาย จากการวินิจฉับของแพทย์ลงความเห็นว่าไม่สามารถจะรักษาให้กลับคืนเป็นปกติได้ ซึ่งคณะแพทย์ได้ปรึกษากับครอบครัวของ น.ส.วิไลวรรณ จนเข้าใจ และมีความประสงค์ที่จะบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่น ถือเป็นการทำบุญให้กับตัวผู้ป่วยก่อนที่จะเสียชีวิต จากการตรวจของคณะแพทย์พบว่า อวัยวะภายในร่างกายของ น.ส.วิไลวรรณ สามารถบริจาคไตได้ทั้ง 2 ข้างและดวงตาทั้ง 2 ข้าง สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นได้อีก 4 ราย ถือว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่และขอกุศลที่ผู้เสียชีวิตได้บริจาคอวัยวะในครั้งนี้จงนำไปสู่ภพภูมิที่ดี

นายหนูใจ เลิศสงคราม อายุ 80 ปี พ่อของ น.ส.วิไลวรรณ เปิดเผยว่า น.ส.วิไลวรรณ เป็นลูกสาวคนที่ 3 จากทั้งหมด 5 คน และประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนตร์เสียหลักล้ม ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอโซ่พิสัย และส่งต่อมายังโรงพยาบาลบึงกาฬ โดยแพทย์ได้แจ้งว่าสมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนสมองตายไม่สามารถรักษาได้ จึงได้ปรึกษาทีมแพทย์และครอบครัวตกลงมอบอวัยวะให้กับแพทย์เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่ยังรอโอกาสอยู่ 

“ความรู้สึกหลังได้รู้จากหมอว่าลูกสาวสมองตายแล้ว อวัยวะต่าง ๆ ยังดีอยู่ อยากจะทำบุญร่วมบริจาคอวัยวะให้กับลูกสาวไหม หลังได้ยินเท่านั้นแหละผมภูมิใจเลย ยินดีเลย ในชีวิตถือว่าครั้งนี้เป็นการทำบุญใหญ่ที่สุดในชีวิต กฐินทอด กฐินถวายก็ไม่เท่ากับการบริจาคอวัยวะให้ผู้อื่น เพราะเราได้ยื้อชีวิตให้ผู้อื่น บุญกุศลในครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่มากนัก” นายหนูใจ กล่าว 

นายหนูใจกล่าวต่อว่าอยากเชิญชวนพี่น้องไม่ว่าจะเป็นชาวจังหวัดบึงกาฬหรือทั้งประเทศไทย ขอให้ท่านทำไปเถอะ บริจาคร่างกายไปเถอะ ดีกว่าจะเอาร่างกาย เอาอวัยวะไปเผาทิ้งเปล่า ๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย บุญกุศลส่วนนี้หาที่เปรียบไม่ได้ ดินและฟ้า มหาสมุทร ก็ยังโตไม่เท่าส่วนนี้เลย ..

ขณะที่น้องสาวของ น.ส.วิไลวรรณ เลิศสงคราม อายุ 50 ปี กล่าวว่าครั้งที่พี่สาวยังมีชีวิตอยู่ ก็จะพูดคุยกันเป็นประจำ เวลาดูข่าวว่ามีการบริจาคอวัยวะเอาไปช่วยเหลืออีกหลายชีวิตที่เขารออยู่ ไม่รู้ว่าเขาจะเอาอวัยวะของเราไหมเพราะเราทำงานหนัก ถ้าเขาเอาเราก็พร้อมที่จะให้ถ้ามันเป็นประโยชน์กับคนอื่นหากว่าตายไปแล้ว ดีกว่าจะเอาไปเผาทิ้ง สิ่งที่บริจาคไปจะช่วยได้หลายชีวิต ซึ่งก็คุยกันมาตลอด

“ที่สำคัญพี่สาวเป็นคนชอบทำบุญ ตลอดชีวิตของเขาเป็นคนชอบไปวัดไหว้พระสวดมนต์ทั้งช่วงเข้าพรรษและออกพรรษา และจะไปปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อย ๆ หลังจากแพทย์แจ้งให้ทราบว่าไม่มีทางรักษาพี่สาวได้ ทางครอบครัวและคณะแพทย์ก็ได้พูดคุยกัน อยากให้พี่สาวทำบุญเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก็คิดว่าพี่สาวน่าจะภูมิใจในสิ่งที่พี่น้องได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะในครั้งนี้” น้องสาว น.ส.วิไลวรรณ กล่าว