7HD ร้อนออนไลน์

ประกาศเคอร์ฟิว 40 เมือง ทั่วสหรัฐฯ จากเหตุประท้วงเหยียดสีผิว

การประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว จากกรณีที่นายจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ชายผิวดำ อายุ 46 ปี ที่ถูกตำรวจเข้าจับกุมและใช้เข่ากดคอจนเสียชีวิต ที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตาของสหรัฐฯ ยังคงมีความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ล่าสุด มีการประกาศเคอร์ฟิวเพิ่มเป็นอย่างน้อย 40 เมือง ทั่วสหรัฐฯ ขณะที่ มีการส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติกว่า 5,000 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ใน 15 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควบคุมเหตุจลาจล และเตรียมพร้อมกองกำลังพิทักษ์ชาติอีก 2,000 นาย หากมีการร้องขอ

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ของสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถูกนำตัวเข้าไปยังบังเกอร์ใต้ดินภายในทำเนียบขาวเป็นเวลานานราว 1 ชั่วโมง ช่วงคืนวันศุกร์ (29 พ.ค.63) ที่ผ่านมา หลังเกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วงบริเวณหน้าทำเนียบขาว

โดยที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประท้วง เกิดเหตุรถบรรทุกคันหนึ่งขับเข้าไปบนถนนทางหลวงสาย35 ที่ใช้วิ่งระหว่างรัฐและถนนถูกปิดอยู่ ส่งผลให้ผู้ประท้วงพากันแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เมื่อรถบรรทุกลดความเร็วลง ผู้ประท้วงช่วยกันนำตัวคนขับรถลงมาและทำร้ายร่างกาย ล่าสุดคนขับรถบรรทุกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและถูกจับกุมในที่สุด ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด

ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา เปิดเผยว่ามีการส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติ เข้าปฏิบัติหน้าที่แบบเต็มอัตรากำลังเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 หลังมีกลุ่มผู้ประท้วงฝ่าฝืนเคอร์ฟิวและใช้ความรุนแรงต่อเนื่องเป็นคืนที่ 5 แล้ว โดยมีรายงานว่าร้านค้าอย่างน้อย 170 ร้าน ถูกปล้นระหว่างเกิดเหตุจลาจลด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวในหลายประเทศ อาทิ เดนมาร์ก เยอรมนี และแคนาดา เช่นเดียวกับที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ มีผู้ประท้วงหลายร้อยคนเดินขบวนไปรวมตัวกันหน้าสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงในสหรัฐฯ ด้วย ทำให้มีผู้ประท้วงถูกจับกุมอย่างน้อย 23 คน

ขณะที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ประกาศเตือนให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วง ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งหลีกเลี่ยงเข้าไปใกล้พื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงโดยไม่จำเป็นด้วย