เจาะประเด็นข่าวค่ำ

ม็อบในสหรัฐฯ ลุกฮือประท้วง 75 เมือง พบรถบรรทุกน้ำมันพุ่งฝ่าผู้ประท้วงในรัฐมินนิโซตา ผู้คนต้องวิ่งหนีตาย

รถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง บีบแตรเสียงดังและพุ่งเข้าใส่ฝูงชนที่กำลังประท้วงบนสะพานใกล้กับเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ทำให้ผู้ประท้วงต้องวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน แต่หลังจากที่รถน้ำมันจอด ฝูงชนกลับวิ่งกรูเข้าไปดึงตัวคนขับลงมารุมทำร้ายจนน่วม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) ยังเคราะห์ดีที่ไม่มีใครถูกชนได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศ นำคลิปกลุ่มผู้ประท้วง ยกเหล็กกั้นมาขวางหน้ารถตำรวจนิวยอร์ก และปาข้าวของใส่ แต่ไม่นานมีรถตำรวจอีกคัน ขับเข้ามาแล้วพุ่งใส่กลุ่มผู้ประท้วงอย่างจัง ทำให้มีผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บ และสร้างความตกตะลึงกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งต่อมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความสนับสนุนการทำหน้าที่ของตำรวจนิวยอร์ก โดยระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงต้องให้ตำรวจทำตามหน้าที่ 

สำหรับการชุมนุมเกิดขึ้นแล้วใน 75 เมืองเป็นอย่างน้อยซึ่งมีการประกาศเคอร์ฟิวแล้วในอย่างน้อย 25 เมือง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการประท้วงได้

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาผู้นำสหรัฐฯ ได้นำตัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าไปยังห้องหลบภัยในทำเนียบขาว เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนพยายามเข้าประชิดรั้วของทำเนียบขาว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงกระสุนเตือน

สำหรับการประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง นายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีเสียชีวิตเพราะตำรวจใช้หัวเข่ากดคอเขาไว้กับพื้นนานเกือบ 9 นาที เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนในสหรัฐฯจนเกิดการประท้วงรุนแรงขึ้น ม็อบในสหรัฐฯ ลุกฮือประท้วง 75 เมือง พบรถบรรทุกน้ำมันพุ่งฝ่าผู้ประท้วงในรัฐมินนิโซตา