7HD ร้อนออนไลน์

1 ชีวิต ที่ลาลับ นำไปสู่โลกใบใหม่ของ 4 ชีวิต

ที่สุดของการให้ คือ "การมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้อื่น" โดยเรื่องราวการให้ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 63 ภายหลังจากที่ นายไกรฤกษ์ พรหมประเสริฐ อายุ 38 ปี ประสบอุบัติเหตุตกเตียงจนหัวฟาดกับพื้น ซึ่งคาดว่าเกิดจากอาการหน้ามืด ต่อมาได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ซึ่งทราบต่อมาว่าเกิดจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก และมีเลือดคั่งในสมองบริเวณก้านสมอง แพทย์ได้ทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แต่อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากเลือดที่ออกมีขนาดใหญ่มาก จนเกิดภาวะสมองตาย

ต่อมา พยาบาลได้เข้ามาแจ้งอาการกับผู้เป็นพ่อ คือ นายสุรชัย พรหมประเสริฐ อายุ 66 ปี ว่า ในทางการแพทย์ถือว่า เสียชีวิตแล้ว ก่อนจะมีการพูดคุยถึงโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือชีวิตคนอื่น นายสุรชัย จึงตัดสินใจในทันทีโดยไม่ลังเลว่า ยินยอมบริจาคอวัยวะทั้งหมด รวมทั้งร่างกายของลูกชายทั้งหมด เผื่อว่าจะสามารถไปช่วยชีวิตหรือเป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้เพื่อเป็นบุญกุศลของเขาเอง รวมทั้งเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่แม่ของเขา ซึ่งได้เสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา

ด้านแพทย์หญิงดวงดาว ศรียากูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยมาด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก และมีเลือดออกเป็นจำนวนมากที่บริเวณก้านสมอง แพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิต แต่เนื่องจากมีเลือดออกเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดภาวะสมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่า เสียชีวิตแล้ว และเมื่อพ่อของผู้เสียชีวิต ยินดีที่จะบริจาคอวัยวะและร่างกาย โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จึงได้ประสานไปยังสภากาชาดไทย และได้ส่งทีมแพทย์มาผ่าตัด

โดยอวัยวะที่สามารถนำไปช่วยผู้อื่นได้นั้น ประกอบด้วยไต 2 ข้าง ดวงตา 2 ข้าง ส่วนอวัยวะอื่นรวมทั้งร่างกายนั้น มีข้อจำกัดในการบริจาคจึงไม่สามารถบริจาคได้ ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตนั้นทราบดีว่า จะต้องฟอกไต 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ เรียกว่า แทบจะไม่ต้องทำอะไรกันเลย แต่เมื่อได้รับการเปลี่ยนไตแล้วก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข ส่วนผู้ที่ตาบอดนั้นเมื่อได้รับบริจาคดวงตาก็เหมือนเป็นการเปิดโลก เปิดแสงสว่างให้กับบุคคลเหล่านั้น ถือว่าเป็นกุศลอันใหญ่หลวง

"ไต 2 ข้าง ดวงตา 2 ข้างนั้น ไม่ใช่ว่าจะช่วยชีวิตบุคคลอื่นได้ 4 ชีวิตเท่านั้น ยังสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตอื่นๆ ไปในทางที่ดีได้อีกนับสิบชีวิต ไม่ว่าจะเป็นญาติ พ่อแม่ พี่น้อง ของผู้ที่ได้รับบริจาคอวัยวะเหล่านี้ก็เชื่อว่าจะต้องมีชีวิตไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน" แพทย์หญิงดวงดาว กล่าวทิ้งท้าย