รอบรั้วรอบโลก

WHO แนะนำสวมหน้ากากในพื้นที่เสี่ยงระบาดโรคโควิด-19 รุนแรง

นายธีโดรส อั๊ดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอนามัยโลก แถลงเกี่ยวกับมาตรการและแนวทางใหม่ ในการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า องค์การอนามัยโลก ขอแนะนำรัฐบาลแต่ละประเทศกระตุ้นพลเมืองของตนเองให้สวมหน้ากากอนามัย 3 ชั้นที่ทำจากผ้า ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง และในพื้นที่ที่การเว้นระยะห่างทางสังคม ปฎิบัติได้ยาก เช่น บริเวณพื้นที่คมนาคมขนส่งสาธารณะ, ร้านขายสินค้า หรือในสถานที่แออัดอื่น ๆ

โดยก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก แนะนำเพียงแค่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 เท่านั้น ให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อให้มีหน้ากากจำนวนเพียงพอสำหรับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ตอนนี้  มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 6.76 ล้านคน  และมีผู้เสียชีวิตราว ๆ 3.905 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก กว่า 1.9 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตราว 110,000 คน  เป็นตัวเลขสูงสุดเช่นกัน

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขของอังกฤษ ออกมาเรียกร้องประชาชน ไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงกรณีการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำชาวสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ ยังคงรุนแรง และทำให้ผู้ประท้วงเสี่ยงต่อการติดเชื้อด้วย

โดยล่าสุด อังกฤษ มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น 357 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ อังกฤษ มีผู้เสียชีวิตทะลุถึง 40,000 คน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ  

ทางการ สหรัฐฯ อนุญาตให้เที่ยวบินโดยสารจากประเทศ จีน เดินทางมายังสหรัฐฯ ได้ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนเป็นต้นไป หลังจากที่ทางการจีน ผ่อนคลายการจำกัดเที่ยวบินโดยสารจากต่างประเทศที่จะเดินทางไปยังจีน ซึ่งคาดว่า เที่ยวบินโดยสารของสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดบริการเส้นทางไปประเทศจีน ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ โดยจะมีเพียงแค่ 1 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในตอนนี้

คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพประจำกรุงปักกิ่ง ของจีน ปรับลดระดับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จากระดับ 2 ไปที่ระดับ 3 ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ หลังจากที่ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ตลอด 50 วันที่ผ่านมา

โดยกรุงปักกิ่ง จะอนุญาตให้ประชาชนเดินทางออกนอกเมืองได้ และอนุญาตให้เที่ยวบินจากต่างประเทศ เดินทางมายังกรุงปักกิ่ง ได้  แต่นักท่องเที่ยวต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตุของแพทย์จีน เป็นเวลา 14 วันหลังจากที่เข้าสู่ประเทศ นอกจากนี้ ทางการกรุงปักกิ่ง จะให้ประชาชนที่มาจากมณฑลหูเป่ย์ ไม่ต้องเข้ากักตัวเป็นเวลา 14 วัน เมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงปักกิ่ง ด้วย

ทางการ สเปน ผ่อนคลายการล็อกดาวน์มากขึ้นในพื้นที่เมืองใหญ่ 2 แห่งของประเทศ คือ ที่กรุงมาดริด และเมืองบาร์เซโลนา โดยทางการอนุญาตให้ภัตตาคารและบาร์ต่างๆ เปิดทำการบริเวณภายในได้ หลังจากที่อนุญาตเพียงแค่เฉพาะพื้นที่ภายนอกในช่วงก่อนหน้านี้ รวมทั้งอนุญาตให้เด็ก ๆ ออกไปเล่นนอกบ้านได้โดยไม่จำกัดเวลา
 
นอกจากนี้ ทางการสเปน จะเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคมเป็นต้นไป โดยสเปน อยู่ระหว่างการหารือกับชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู เพื่อบรรลุแนวทางปฎิบัติร่วมกัน สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาด้วย