สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

อุตตม ยืนยัน ยังไม่นัดประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

หลังจากเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอยู่หลายวัน จากความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ที่เริ่มต้นจากการออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ไม่เป็นผล จนต้องมีการยื่นใบลาออกของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 18 คน ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่พรรคมี 34 คน ทำให้คณะกรรมการบริหารชุดนี้สิ้นสภาพ โดยเมื่อวานนี้ นายอุตตม พบกับสื่อมวลชนและมีการสอบถามถึงการนัดประชุม กรรมการบริหารชุดรักษาการเพื่อมีการประชุมใหญ่

เรื่องนี้ นายอุตตม ซึ่งเป็นคือบุคคลที่มีอำนาจในการเรียกประชุมในฐานะ รักษาการหัวหน้าพรรค ระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีการกำหนดจะเรียกประชุมกรรมการบริหารชุดรักษาการดังกล่าวในสัปดาห์หน้าแต่อย่างใด และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของนายทะเบียน พรรคการเมืองตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ไม่ส่งกระทบ หรือสร้างแรงกดดันใดๆ ให้กับตนเอง

ในขณะนี้ ส่วนที่สมาชิกพรรคอาจเลือกใช้ช่องทาง ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) พรรคการเมือง มาตรา 41 รวมตัวการเสนอชื่อร้องขอให้เปิดประชุมวิสามัญ เพื่อที่จะขอให้เปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปีเองนั้น นายอุตตมเห็นว่า หากทำได้ตามกฎหมาย ก็แล้วแต่สมาชิกจะดำเนินการ อีกทั้ง ยังบอกด้วยว่า การประชุมใหญ่สามัญของพรรคจะมีขึ้นแน่นอน และไม่ล่าช้าอะไร

เช่นเดียวกับ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ นายวิเชียร ชวลิต เปิดเผยถึงเหตุผลที่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ กำลังดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ใบลาออกและส่งรายงานไปยัง กกต. ภายใน 15 วัน ส่วนการใช้ข้อกฎหมาย เพื่อขอให้มีการจัดการประชุมใหญ่ได้ก็จริงแต่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย แต่การประชุมที่ต้องรองรับคนจำนวนมาก ต้องมีการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

เช่นเดียวกับ นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ นายวิเชียร ชวลิต ก็บอกถึงเหตุผลที่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน กรอบเวลา และการประชุมที่ต้องรองรับคนจำนวนมาก ต้องมีการเตรียมการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

ทางด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แกนนำกลุ่ม 3 มิตร ระบุว่า การเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค จะไม่ทำให้พรรคแตก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการเลือกตั้ง 1 ปี ส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่คาดหมายว่าจะเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้นต้องขึ้นกับสมาชิก ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ บอกว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวของ สส. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่และแสดงความเห็นเรื่องนี้ โดยยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจ และอยากให้ทำความเข้าใจกันเพื่อให้เกิดความปรองดอง และเห็นว่าการออกมาแสดงจุดยืนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นรวมกลุ่มทางการเมือง หรือคิดจะไปจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ เพราะเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของพรรคพลังประชารัฐ เพราะยังหวังว่า ผู้ใหญ่ของพรรคจะเข้าใจกัน