เช้านี้ที่หมอชิต

จับแล้ว ชายขับกระบะขวางรถกู้ชีพ ขณะไปส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน อ้างไม่เห็น-คุยมือถือ

เช้านี้ที่หมอชิต - จับชายขับกระบะขวางรถกู้ชีพ ขณะไปส่งผู้ป่วยฉุกเฉินที่โรงพยาบาล เจ้าตัวอ้างมองไม่เห็น เพราะขณะขับคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ พร้อมกราบขอโทษ

นี่เป็นภาพที่มีการแชร์กันอยู่ในโลกออนไลน์ โดยรถกู้ชีพเปิดสัญญาณไซเรน เพื่อนำผู้ป่วยหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งอยู่ในอาการวิกฤต เส้นเลือดในสมองตีบส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ระหว่างทางมีรถกระบะขับขวางอยู่ด้านหน้า และพยายามขับปาดไปมา แม้ทางเจ้าหน้าที่จะประกาศและบีบแตรขอทางแล้วก็ตาม แต่รถคันดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหลบให้

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นราว 21.30 น. วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณสี่แยกปฐมพร ก่อนเข้าเมืองชุมพร ซึ่งหัวหน้ากู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคา เล่าว่า วันเกิดเหตุไปรับผู้ป่วยวิกฤตจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งมีอาการชักเกร็ง ปากเบี้ยว มือเท้าชา จึงต้องเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลชุมพร โดยเปิดสัญญาณฉุกเฉินขอทาง เพื่อพาผู้ป่วยไปถึงมือแพทย์ภายใน 3 ชั่วโมง

แต่จู่ ๆ รถกระบะคันที่ขับอยู่ด้านหน้าไม่สนใจเสียงไซเรน และไม่ยอมหลีกทางให้ ทั้ง ๆ ที่คันอื่นให้ทางหมด จึงประกาศผ่านไมโครโฟนขอให้หลบเพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล แต่คนขับไม่สนใจ ซ้ำยังขวางทางไม่ยอมให้แซง กระทั่งเขาขับแซงมาได้ ก็กลับถูกแซงกลับมาขวางอีก เมื่อเขาแซงกลับไปอีก รถกระบะคันดังกล่าวก็ยังขับตามมา และเปิดไฟสูงไล่รถกู้ชีพด้วย ขณะนั้นเขายอมรับว่าโมโหมาก แต่ผู้ป่วยสำคัญกว่า จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย

หลังเกิดเหตุ ทางผู้กำกับการ สภ.เมืองชุมพร สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบเลขทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าว พบว่ามีชายอายุ 50 ปี เป็นเจ้าของ ล่าสุดราว 14.00 น. วานนี้ (9 มิ.ย.) ตำรวจติดตามตัวมาสอบสวนที่โรงพัก พร้อมรถกระบะคันดังกล่าว

ชายอายุ 50 ปี รับสารภาพว่า ขณะเกิดเหตุเขากำลังขับรถกลับบ้าน และอ้างว่ากำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับเพื่อน จึงไม่เห็นว่ามีรถกู้ชีพวิ่งมาด้านหลัง และไม่ได้จงใจขับรถขวาง อีกทั้งสายตาก็ไม่ค่อยดี กระทั่งมาทราบภายหลังว่ามีรถกู้ชีพเปิดไซเรนอยู่ด้านหลัง จึงขับรถชิดซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่าขับขวางอยู่นานแค่ไหน พร้อมขอโทษเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย

เบื้องต้น ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับชายอายุ 50 ปี ตาม พ.ร.บ.จราจร เป็นเงินจำนวน 500 บาท และขอให้ผู้ขับรถทุกคนเคารพกฎหมาย หากพบรถฉุกเฉินควรหลบให้ทางเพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าผู้ป่วยบนรถวิกฤตแค่ไหน หากขับขวางหรือหลบช้าอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด