เจาะประเด็นข่าวค่ำ

อีก 2 วันรู้ผลสอบ! กลุ่มร้านค้าแฉคลิปพนักงานอุทยานฯ ถ้ำหลวงฯ เรียกเก็บเงินจองโควตาตั้งร้านขายสินค้า

เป็นคลิปที่กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้ากลุ่มหนึ่งในจังหวัดเชียงรายนำมาร้องเรียน โดยอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย ขณะหญิงสาวในคลิปซึ่งเป็นพนักงานประจำวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนและชายอีกคน เรียกกลุ่มผู้ประกอบการที่เคยค้าขายอยู่ในบริเวณวนอุทยานฯ ก่อนที่จะมีการสั่งปิดชั่วคราวในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปเจรจาในลักษณะเรียกรับเงินเพื่อแลกกับโควตาเข้าไปตั้งร้านขายสินค้าในอนาคต หลังจากมีการยกฐานะ  วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็น อุทยานแห่งชาติ ภายในเวลา 240 วัน นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดยหญิงสาวรายนี้อ้างว่าในอนาคต ยังจะมีการตั้งเป็นมูลนิธิ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย รวมถึงกำลังเร่งพัฒนาพื้นที่ภายในเพื่อรองรับการเป็นอุทยานแห่งชาติ ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลในอนาคตแน่นอน เธอจึงได้เลือกเอาเฉพาะร้านค้าที่ไว้ใจและเป็นคนกันเองมาคุยก่อนโดยจะต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แต่ตอนนี้สามารถวางเงินล่วงหน้าส่วนหนึ่งได้ก่อนจำนวน 30,000 บาท เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยหลังจากนั้นเธอจะนำรายชื่อไปให้กับ “นาย” และเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อนำหนังสือร้านค้าสวัสดิการที่ “นาย” ลงชื่อรับรองแล้วกลับมาให้ด้วย

ล่าสุด ทีมข่าวตรวจสอบกับ นายกวี ประสมพล หัวหน้าวนอุทยานฯ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยอมรับว่าหญิงสาวในคลิปเป็นพนักงานอัตราจ้างฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำวนอุทยานฯจริง โดยทำงานมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์เอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับวนอุทยานฯ ส่วนชายอีกคนในคลิปเป็นญาติของหญิงสาว ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนคาดว่าจะรู้ผลภายในเวลา 2 วัน

ปัจจุบันการยกสถานะของวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นอุทยานแห่งชาติฯ ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถึงแม้ว่าจะยกฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ก็ไม่มีแนวทางให้ตั้งร้านค้า หรือแบ่งพื้นที่ขายสินค้าภายในเขตพื้นที่อุทยาน ดังนั้นการแอบอ้างในลักษณะดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ร้องเรียน พนักงานวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กรณีเรียกรับเงิน 70,000 บาท จากผู้เสียหายแลกกับการช่วยเหลือให้เข้าทำงานในวนอุทยานฯ จนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยและอาญา รวมถึงมีคำสั่งย้ายพนักงานที่ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ไปแล้ว