สนามข่าว 7 สี

ผู้โดยสารโวยไม่มีสมาร์ตโฟนสแกนไทยชนะ ขสมก. แจงขอความร่วมมือ-ไม่ได้บังคับ

สแกนคิวอาร์โค้ด ไทยชนะ ขึ้นลงรถเมล์โดยสารส่อแวววุ่น ผู้ใช้บริการโวย โทรศัพท์มือถือไม่รองรับระบบ ด้าน ขสมก.แจงเป็นเพียงการขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ

ผู้โดยสารโวย ไม่มีสมาร์ตโฟนสแกนไทยชนะ
เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารทุกคน สแกนคิวอาร์โค้ด "ไทยชนะ" ที่ติดตั้งไว้ภายในรถเมล์ ทั้งด้านหน้า ช่วงกลาง ช่วงหลังรถ และหลังเบาะที่นั่ง เพื่อเก็บบันทึกประวัติการเดินทาง เพิ่มความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันโรค โดยขอให้ผู้ใช้บริการเช็กอินเมื่อขึ้นรถ และเช็กเอาต์ก่อนลงจากรถทุกครั้ง คล้ายกับการเข้าไปใช้บริการร้านค้าร้านอาหารอื่น ๆ

จากการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสาร พบว่ามีหลากหลายความคิดเห็น ทั้งที่มองว่าช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการรถเมล์โดยสารมากขึ้น นอกเหนือจากมาตรการป้องกันโรคที่ทำอยู่แล้ว และบางส่วนมองว่าค่อนข้างยุ่งยาก ไม่สะดวกที่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสแกน อีกทั้งเกรงว่าหากสแกนแล้ว จะถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด รวมถึงผู้ใช้บริการบางคนไม่มีโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบ สุดท้ายจึงเลือกที่จะไม่สแกน

ขสมก. แจงไม่บังคับสแกนไทยชนะ
ด้าน นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ขสมก. ระบุว่า มาตรการนี้เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับพนักงานและผู้โดยสาร ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เนื่องจากคาดว่าหลังจากนี้จำนวนผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยสูงสุดถึงวันละกว่า 1 ล้านคน ย้ำว่าเป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น หากผู้ใช้บริการไม่มีโทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบ หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอยู่ราว 2% ของผู้โดยสารที่ใช้บริการ ก็สามารถใช้บริการได้ตามปกติโดยไม่ต้องสแกนคิวอาร์โค้ด แต่ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอื่น ๆ ที่กำหนดไว้แทน เช่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และเว้นระยะห่างทางสังคม

ทั้งนี้ ยอมรับว่าผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางเหมือนแต่ก่อน แต่ขอให้เข้าใจว่า การดำเนินตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้บริการทุกคนและการอยู่ในสังคมร่วมกัน