เจาะประเด็นข่าวค่ำ

รองโฆษก ตร.ชี้ เหตุกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจบุกตรวจ-รีดเงินเจ้าของปั๊มน้ำมัน แค่เข้าใจผิด

ความคืบหน้ากรณีคลิปเหตุการณ์ขณะกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คน แต่งกายคล้ายตำรวจ ขับรถเก๋งเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอ่างทอง และแสดงตัวอ้างเป็นตำรวจปราบปรามน้ำมันเถื่อน

โดยเจ้าของปั๊มซึ่งเป็นสามีภรรยา อายุ 63 ปี เล่าว่าได้ให้ข้อมูลตามจริงไปว่ามีเอกสารสำคัญครบ แต่ใบอนุญาตซึ่งต้องแจ้งที่ อบต.หมดอายุ เนื่องจากยังไม่ได้ไปต่อในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กลุ่มชายที่อ้างเป็นตำรวจบอกว่าจะต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุกและโทษปรับ 2 แสนบาท และให้หาคนมาเคลียร์

เจ้าของปั๊มซึ่งเป็นสามีเล่าว่า เขายืนกรานขอให้พาไปที่ สภ.เกษไชโย เพราะกังวลว่าอาจเป็นตำรวจปลอม แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีตำรวจที่ สภ.เกษไชโย ลงมาช่วยตรวจสอบให้ ส่วนกลุ่มที่อ้างเป็นตำรวจปราบปรามน้ำมันเถื่อน ก็ให้ภรรยาของเขารออยู่ด้านหน้าโรงพัก พูดจาข่มขู่ และหว่านล้อมให้หาคนมาเคลียร์คดี

สุดท้ายภรรยาจึงยอมนำเงิน 10,000 บาท ห่อกระดาษมอบให้ชายที่อ้างว่าเป็นร้อยตำรวจเอก หัวหน้าชุดจับ และอีกฝ่ายก็ได้กำชับให้กลับไปลบภาพจากกล้องวงจรปิด ก่อนจะพากันออกไป

หลังทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พลตำรวจเอกพรหมธร ภาคอัต ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ปนม. ยอมรับว่าหลังการตรวจสอบ กลุ่มชายที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดทั้ง 4 คน เป็นตำรวจในสังกัดซึ่งออกไปปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีที่ถูกร้องเรียนว่ามีการเรียกรับเงิน โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

กระทั่งช่วงบ่ายที่ผ่านมา พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่าได้รับรายงานจาก สภ.เกษไชโย แล้ว โดยในรายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งความว่ามีชาย 4 คน แต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ มาตรวจใบ อนุญาตต่างๆ และเจรจาข่มขู่ ให้จ่ายเงินแลกกับการไม่ดำเนินคดี

ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง พร้อมแจ้งว่ากลุ่มชายดังกล่าวเป็นตำรวจจริง ซึ่งทางตำรวจชุดดังกล่าวก็ได้ให้ไปดำเนินการต่อใบอนุญาตให้เรียบร้อย เพราะจะทำให้มีความผิดและเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นการข่มขู่เรียกเอาเงินจึงมาแจ้งความไว้ แต่ตอนนี้ไม่ติดใจการทำงานของตำรวจ เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดกัน และผู้เสียหายไม่ได้จ่ายเงินให้กับตำรวจชุดดังกล่าวแต่อย่างใด ในเบื้องต้นศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จึงมีคำสั่งให้รายงานข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรม ตลอดจน คลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม

ล่าสุด ทีมข่าวติดต่อสอบถามไปที่เจ้าของปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นสามีภรรยาอายุ 63 ปี อีกครั้ง ทั้งคู่บอกว่าขณะนี้ได้ปิดปั๊มน้ำมันชั่วคราว โดยยอมรับว่าหลังเข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินในตอนแรก ต่อมาได้มีการไปลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมจริง แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องเงิน 10,000 บาท และตอนนี้ตัดสินใจไม่ต้องการจะดำเนินคดีในเรื่องนี้แล้ว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะฝ่ายภรรยาซึ่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก