เช้านี้ที่หมอชิต

หนุ่มโวย ผลักกู้ภัยขณะปั๊มหัวใจช่วยคนเจ็บขี่รถชนต้นไม้ สุดท้ายเสียชีวิต

เช้านี้ที่หมอชิต - หนุ่มโวยวายขัดขวางเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังช่วยปั๊มหัวใจให้ผู้บาดเจ็บ ที่ประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ อ้างเจ้าหน้าที่ทำงานล่าช้า ไม่ยอมพาเพื่อนส่งโรงพยาบาล สุดท้ายเสียชีวิต ล่าสุด เจ้าตัวออกมาชี้แจงแล้ว

นี่เป็นภาพนาทีขณะกู้ภัยกำลังเร่งปั๊มหัวใจช่วยเหลือ ชายอายุ 19 ปี ผู้บาดเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ชนต้นไม้ บริเวณจุดกลับรถ ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

จากนั้นนำตัวผู้บาดเจ็บขึ้นไปปั๊มหัวใจต่อบนรถกู้ชีพ จู่ ๆ มีชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อสีชมพู วิ่งมาเปิดประตูรถขึ้นไปผลักเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังปั๊มหัวใจให้ผู้บาดเจ็บอยู่ จนเกิดการชุลมุนกันขึ้น ก่อนที่จะมีการนำตัวชายคนดังกล่าวลงมาจากรถ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นราว 22.00 น.วันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ลงในโซเชียล พร้อมระบุข้อความว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บบนรถกู้ชีพ ทำให้มีผู้แชร์กันออกไปเป็นจำนวนมาก พร้อมตำหนิชายคนดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุดังกล่าว ทราบว่าหลังเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งขณะนั้นหมดสติและไม่มีชีพจร จึงเร่งปั๊มหัวใจ ก่อนประสานรถกู้ชีพชั้นสูงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีมาช่วย เนื่องจากมีอุปกรณ์พร้อมกว่า เมื่อมาถึงได้นำร่างผู้บาดเจ็บขึ้นไปเพื่อใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า พร้อมใส่ท่อช่วยหายใจ

จู่ ๆ มีชายคนหนึ่ง อ้างตัวเป็นคนรู้จักของผู้บาดเจ็บวิ่งขึ้นไปบนรถ และผลักเจ้าหน้าที่ที่กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมโวยวายว่าเจ้าหน้าที่ทำงานช้า ไม่ยอมนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างรถ จึงขึ้นไปช่วยกันนำตัวชายคนดังกล่าวลงมา เพื่อให้ไม่ขัดขวางการช่วยชีวิต แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมและกลับขึ้นไปบนรถอีกครั้ง พร้อมโวยวายว่าเพื่อนของเขาเสียชีวิตแล้ว และใช้มือปิดที่เปลือกตาของคนเจ็บ

การกระทำดังกล่าวขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือชีวิตผู้บาดเจ็บประมาณ 10 นาที ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ต่อมาผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ซึ่งการกระทำนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ส่งผลต่อการช่วยชีวิต ซึ่งเวลาทุกวินาทีมีค่ามาก พร้อมยืนยันว่าขั้นตอนการช่วยเหลือชีวิตไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้บาดเจ็บมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพ จึงประสานรถกู้ชีพที่มีอุปกรณ์พร้อมมาช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ขณะที่ล่าสุด ชายเสื้อสีชมพู อายุ 37 ปี ชี้แจงว่า เป็นหัวหน้างานของผู้เสียชีวิต วันเกิดเหตุหลังเลิกงานจะซื้ออาหารมากินด้วยกันตามปกติ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน โดยชายอายุ 19 ปี ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน กระทั่งมาทราบว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง จึงรีบมาที่เกิดเหตุ และรู้สึกว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่รีบพาน้องส่งโรงพยาบาล ยอมรับว่าตอนเปิดประตูรถขึ้นไป เห็นสภาพของลูกน้องแล้วสติแตก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ทำร้าย หรือมีเจตนาขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

เขาบอกอีกว่าสาเหตุที่เสียใจจนสติหลุด เนื่องจากผูกพันกับผู้เสียชีวิตมาก ผู้เสียชีวิตเป็นคนดี มีความกตัญญู ต้องดูแลตากับยายที่แก่ชรา พร้อมขอโทษสิ่งที่ทำลงไป และประสานงานกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อนัดวันขอเข้าพบไปขอโทษแล้ว