7HD ร้อนออนไลน์

จ่ออัปเดตเวอร์ชัน แอปฯไทยชนะ ให้เช็กอินเป็นกลุ่ม

นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต  ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า การจัดเก็บข้อมูลของแอปพลิเคชันไทยชนะต้องนำไปใช้เพื่อควบคุมและสอบสวนโรคเท่านั้น กรณีการลงทะเบียนด้วยการจดชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ไว้กับผู้ประกอบกิจการร้านค้าต้องเก็บเอกสรารให้ปลอดภัย หากเกิดการแพร่เชื้อต้องมีเอกสารย้อนหลัง 60 วัน กรณีเก็บข้อมูลครบ 60 วัน ต้องนำสมุดบันทึกไปทำลาย ไม่ใช่นำไปโยนทิ้งหรือเก็บซุกไว้ กรณีพบการติดเชื้อในตลาดซินฟาตี้ของจีน ต้องเรียกตรวจประชาชน 40,000 คน ค่าใช้จ่ายในการสอบสวนโรคเฉลี่ยคนละไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท หากเราสามารถควบคุมจำนวนคนได้ชัดเจนจะช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณได้มาก นอกจากนี้ ในการประเมินกิจการร้านค้า พบ 5-6 ธุรกิจ มีแนวโน้มน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะการทำความสะอาดร้านค้าและเว้นระยะห่าง มีทั้งร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และร้านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ที่ไม่ผ่านการประเมิน ถ้าเราไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่อยากไปถึงระลอกที่ 2  ต้องไม่ประมาทเพื่ออยู่ได้อย่างปลอดภัย

สำหรับการใช้งานแพลตฟอร์มไทยชนะ ปัจจุบันผู้ใช้งานมี 27 ล้านคน ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 1.9 ล้านแห่ง แต่พบตัวเลขการเช็กอิน-เช็กเอาต์เพียง 50% ขณะที่การใช้งานผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ ยอดเช็กอิน-เช็กเอาต์มากกว่า 92%  ทั้งนี้เมื่อประเมินผลพบว่าการใช้งานยุ่งยากโดยเฉพาะการเข้าไปใช้บริการแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน จึงได้ปรับเวอร์ชันแอปฯไทยชนะให้สามารถเช็กอิน-เช็กเอาต์เป็นกลุ่มได้ 4 คน กรณีลืมเช็กเอาต์ระบบจะตัดเช็กเอาต์อัตโนมัติในเวลา 24.00 น.ของทุกวัน โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.63) จะเปิดให้อัปเดตเวอร์ชันทั้งระบบเอนดรอยและไอโอเอส และจะเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานแพ็กเกจเที่ยวปันสุขและกำลังใจ หรือการจองเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการในกลุ่มกิจการหรือกิจกรรมที่ลงทะเบียนไทยชนะ เพราะผ่านการตรวจสอบแล้วว่ามีมาตรฐานความปลอดภัย