7HD ร้อนออนไลน์

ตร.ชลบุรี ทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ หลังหนีไปคลอดต่างประเทศไม่ได้เหตุโควิด-19

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และพ.ต.อ.ฐิติวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เข้าสอบปากคำหญิงไทยรับจ้างอุ้มบุญ หรือ รับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับเครือข่ายประเทศจีน หลังมีการร้องเรียนและชี้เป้าแก๊งอุ้มบุญกระทั่งตำรวจติดตามทราบแน่ชัดจึงขอหมายค้นและจับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วยน.ส.เพ็ญนภา(สงวนนามสกุล)อายุ 35 ปี และ น.ส.ประกายแก้ว (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ผลการสอบสวน เบื้องต้น น.ส.เพ็ญนภา รับสารภาพว่าได้รับจ้างตั้งครรภ์มาแล้ว 3 ครั้งโดยได้รับค่าจ้างตั้งครรภ์จ่ายให้เดือนละ 30,000 บาทตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์จะได้เงินประมาณ 450,000 บาท ส่วนการตั้งครรภ์จะมีการตรวจร่างกายที่กรุงเทพฯ หากสภาพร่างกายสมบูรณ์จะฝังตัวอ่อน โดยจะมี น.ส.วัน และ น.ส.จิน เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการตั้งครรภ์ทั้งหมด เมื่อใกล้คลอดจะพาไปประเทศกัมพูชา หรือ ประเทศจีน แต่ในช่วงนี้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีหญิงสาวรับจ้างตั้งครรภ์แล้วประมาณ 7 คน คลอดลูกในไทยแล้ว 1 คนและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้นำเด็กไปเลี้ยงดูแล้ว ส่วนการขยายผลจะมุ่งพื้นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 เป้าหมาย และจะขออนุมัติหมายจับน.ส.วัน หรือ พรทิวา (สงวนนามสกุล)และ น.ส.จิน หรือ น.ส.มลิษา (สงวนนามสกุล) เพิ่มด้วย รวมทั้ง ติดตามเด็กอุ้มบุญที่คลอดมาแล้วทั้งหมด 3 ราย ส่วนตัวการใหญ่ที่ทำการว่าจ้างให้อุ้มบุญในครั้งนี้ อยู่ในประเทศจีน เนื่องจาก ชาวจีนที่ต้องการมีทารกเพศชาย เมื่อเปรียบเทียบกับการทำกิ๊บ (การนำเอาไข่และตัวอสุจิไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่) ที่ประเทศจีนกับการว่าจ้างให้อุ้มบุญถือว่า การจ้างอุ้มบุญมีราคาถูกกว่ามาก จึงเกิดขบวนการว่าจ้างให้หญิงอุ้มบุญแทน

ส่วนความผิดของแก๊งนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะสร้างความเสียหายระหว่างชาติและหากตรวจพบการกระทำความผิดอื่นจะดำเนินคดีทุกข้อหาต่อไป ส่วนชาวจีนถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิด จะต้องมีการขยายผลและจับกุมตัวมาดำเนินคดีด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหญิงไทยอีกจำนวนมากที่รับจ้างอุ้มบุญโดยจะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไปด้วย