7HD ร้อนออนไลน์

เตือนคนไทยในปักกิ่ง หลังโควิด-19 ระบาดรอบใหม่

วันนี้ (19 มิ.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2563 เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง (Royal Thai Embassy , Beijing) โพสต์ประกาศคำเตือนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ COVD-19 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ 7 โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11-17 มิถุนายน เป็นต้นมา กรุงปักกิ่งพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 158 คน และได้ประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินจากระดับ 3 เป็นระดับ 2 ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอให้คนไทยในกรุงปักกิ่งเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกรุงปักกิ่งอย่างเคร่งครัด

โดยตั้งแต่วันที่ 11- 17 มิ.ย. 2563 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 158 ราย ผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดส่งออกซินฟาตี้ และได้แพร่ระบาดไปยัง 9 เขตของกรุงปักกิ่ง ได้แก่ เขตเฟิงไถ เขตต้าชิง เขตไห่เตี๊ยน เขตฝางชาน เขตซีเฉิง เขตตงเฉิง เขตเฉาหยาง เขตสือจิ่งชาน และเขตเหมินโถวโกว

ทางการกรุงปักกิ่งจึงประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินจากระดับ 3 เป็นระดัน 2 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2563 เป็นต้นไป โดยห้ามมิให้ผู้ที่มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ความเสี่ยงสูง/หรือความเสี่ยงปานกลาง รวมทั้งตลาดชินฟาตี้ทุกคนเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง สำหรับบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำและจำเป็นจะต้องเดินทางออกนอกกรุงปักกิ่งจะ ต้องยื่นผลตรวจกรดนิวคลีอิกที่ตรวจในช่วงระยะเวลาภายใน 7 วันส่วนกรณีเดินทางไปโรงพยาบาลจะต้องทำการนัดเวลาล่วงหน้าก่อน และให้ยกเลิกการเรียนการสอนที่สถานศึกษาทุกระดับชั้น โดยให้นักเรียน/ นักศึกษาทุกคนเรียนผ่านระบบออนไลน์ และระงับการกลับเข้าสถานศึกษาทุกแห่ง กรณีเดินทางไปโรงพยาบาลจะต้องทำการนัดเวลาล่วงหน้าก่อน ขณะที่ทางการจีนรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด พื้นที่แออัด และในอาคาร และควรรักษาระยะห่าง 1 เมตร และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ประชุม หรือกินข้าวร่วมกัน

สำหรับบุคคลที่มีประวัติเดินทางไปตลาดชินฟาตี้ ตลาดยวี่เฉวียนตง ตลาดเทียนเถาหงเหลียน รวมทั้งผู้ที่มีประวัติใกล้ชิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว และผู้ที่มีความเสี่ยงจะต้องเข้ารับการตรวจกรดนิวคลีอิก รวมทั้งจำกัดจำนวนผู้ใช้รถขนส่งมวลชนและควบคุมให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย นอกจากนี้จะมีการตรวจวัดอุณหภูมิ ระบายอากาศ และฆ่าเชื้อพื้นที่อย่างสม่ำเสมอนอกจากนี้ยังห้ามบุคคลเดินทางเข้าพื้นที่ความเสี่ยงปานกลางและความเสี่ยงสูง สำหรับพื้นที่ความเสี่ยงสูงหากมีการเดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กรณีมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกกรุงปักกิ่ง ขอให้ตรวจสอบมาตรการการเดินทางกับเจ้าหน้าที่ในชุมชนของท่านและจุดหมายปลายทางด้วย ทั้งนี้ ขอให้คนไทยในกรุงปักกิ่งและพื้นที่ใกล้เคียงโปรดติดตามข้อมูลข่าวสารสำคัญจากสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด กรณีคนไทยต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนสามารถติดต่อสายด่วน สถานเอกอัครราชทูตฯ ทางโทรศัพท์หมายเลข 157-2731-2531