สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ดับแผนแหกคุกสุดระห่ำ พ.ต.ท.บรรยิน

การวางแผนแหกคุกของ พันตำรวจโท บรรยิน ตั้งภากรณ์ ตำรวจบอกว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า พันตำรวจโท บรรยิน คิดการณ์ใหญ่จริง ๆ เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 4 ข้อหา

หลังมีแผนแหกคุกสุดระห่ำของ พันตำรวจโท บรรยิน ถูกเปิดเผยออกมา และกรมราชทัณฑ์ก็ได้ย้ายตัว พันตำรวจโท บรรยิน จากเดิมที่ถูกควบคุมตัวในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง ทั้งการวางระเบิดภายในเรือนจำหรือที่อื่น เพื่อล้มเสาธงไว้ใช้ปีนหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่มารอรับ และการสั่งจับตัวภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษเป็นตัวประกัน ตำรวจกองปราบปรามจึงสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ก็พบว่ามีความเป็นไปได้ จึงวางกำลังป้องกันการเดินทางไปตามที่ศาลฯ นัดตรวจสอบพยานหลักฐานของทั้งโจทก์ และจำเลย

เริ่มตั้งแต่การออกจากเรือนจำกลางบางขวาง ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ก็มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "หนุมานกองปราบ" พร้อมอาวุธครบมือ คุ้มกันไปในขบวนตลอดเส้นทาง รวมทั้งวางกำลังดูแลในทุกจุดในบริเวณศาล แต่ก็ไร้วี่แววของบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี

ส่วนกระบวนการในห้องพิจารณาคดี ทนายของจำเลยก็ปล่อยทีเด็ด ขอเลื่อนนัดส่งพยานหลักฐาน อ้างว่า จำเลยยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารพยานหลักฐานของฝั่งโจทก์และจำเลย เพราะถูกย้ายสถานที่ควบคุมตัว และมีการควบคุมที่เข้มงวด จึงไม่ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานซึ่งมีมากกว่า 10 แฟ้ม หรือมากกว่า 1,400 หน้า และทนายตัวหลักที่ว่าความในคดี ก็ไม่ได้มาศาลด้วยตัวเอง

ฝั่ง พันตำรวจโท บรรยิน ก็สำทับในทำนองเดียวกัน อ้างว่า ถูกขังเดี่ยว หลังเกิดกระแสข่าวเรื่องการแหกคุก ทำให้เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ทั้งมีความคิดว่าจะยอมรับสารภาพในคดีต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งศาลก็อนุญาตให้เลื่อนการตรวจพยานหลักฐานในส่วนของจำเลยออกไป 60 วัน

หลังเสร็จสิ้น พันตำรวจโท บรรยิน ก็ถูกนำตัวกลับไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางบางขวางตามเดิม โดย พันตำรวจโท บรรยิน มีการชูมือ 3 นิ้ว หรือบางคนก็บอกว่า เป็นการทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่า โอเค ซึ่งทีมข่าวก็บอกไม่ได้ว่า จะหมายถึงอะไร

เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหากับ พันตำรวจโท บรรยิน เพิ่ม เรื่องการแหกคุกสุดระห่ำ รองผู้บังคับการกองปราบปราม พบว่า จากการรวบรวมหลักฐานมีการเตรียมแผนการนี้จริง ทั้งพยานวัตถุ และพยานบุคคล นอกจากคำให้การซัดทอดจากผู้ต้องหา 2 คน ที่ร่วมมือกับ พันตำรวจโท บรรยิน

ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะนัดสอบปากคำทนายความที่รับหน้าเสื่อ ไปประกันตัวผู้ต้องหา 2 คน ออกจากเรือนจำ รวมถึงสอบปากคำ สส.จังหวัดนครสวรรค์ ที่ถูกผู้ต้องหาให้การซัดทอด คาดว่าจะเร่งสอบสวนให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ และจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ พันตำรวจโท บรรยิน อีก 4 ข้อหา คือ เป็นผู้ใช้, จ้างวาน หรือสนับสนุนผู้อื่นให้กระทำผิด, ข้อหากระทำให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาล หลุดพ้นจากการคุมขัง, ข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงาน และ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งข้อหานี้ถือเป็นการข่มขู่ แม้ว่าจะยังไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ พันตำรวจโท บรรยิน มีเจตนาที่จะก่อเหตุจริง ก็ต้องรับโทษ 1 ใน 3 ตามกฎหมาย

หลังจากนี้ ต้องจับตาดูว่าจะมีใครที่จะถูกดำเนินคดีจากแผนแหกคุกสุดระห่ำนี้หรือไม่ และจุดจบของคดีต่าง ๆ ของ พันตำรวจโท บรรยิน สุดท้ายจะเป็นเช่นไร