ห้องข่าวภาคเที่ยง

ออกหมายเรียกพยานคดี พันตำรวจโทบรรยิน เตรียมแหกคุก

พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่าพยานที่ตำรวจออกหมายเรียกตัวมาเพื่อสอบปากคำ คนแรก คือ บุตรชายของ พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์, คนที่ 2 เป็นทนายความที่รับงานไปประกันตัวผู้ต้องขัง 2 คน ออกจากเรือนจำ เพื่อไปก่อเหตุตามที่พันตำรวจโทบรรยิน วางแผนไว้ และคนที่ 3 เป็น สส. รายหนึ่งที่พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งใจจะให้ช่วยเหลือแต่ได้รับการปฏิเสธ

ซึ่งจากการประสานงานไปล่าสุดพยานทั้ง 3 ปาก แจ้งว่ายังไม่สะดวกไปพบพนักงานสอบสวน และยังไม่แจ้งวันเวลาที่จะเข้าให้ปากคำว่าจะเป็นวันเวลาใด สำหรับประเด็นที่จะสอบปากคำมีทั้งเรื่องความเชื่อมโยงของพยานทั้ง 3 ปาก กับพันตำรวจโทบรรยิน ในเรื่องต่างๆ ส่วนจะเข้าแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องนี้กับพันตำรวจโทบรรยิน ได้เมื่อใดนั้น รองผู้บังคับการปราบปราม บอกว่าต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนอีกระดับหนึ่ง จึงจะเข้าแจ้งข้อกล่าวหาได้ และยังระบุไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อใดแต่จะดำเนินการทันทีเมื่อหลักฐานสมบูรณ์ครบถ้วน

ส่วนประเด็นเรื่องการควบคุมตัวพันตำรวจโทบรรยิน ซึ่งเจ้าตัวออกมาระบุว่าถูกใส่โซ่ตรวนขังเดี่ยวและได้รับการปฏิบัติเหมือนไม่ใช่มนุษย์นั้น เรื่องนี้ได้รับการชี้แจงจาก พันตำรวจเอก ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าเป็นการควบคุมตัวภายใต้หลักมนุษยธรรมตามหลักสากล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นเพื่อป้องกันผู้ต้องขังหลบหนี หรือก่อเหตุร้ายแรง ซึ่งในกรณีของพันตำรวจโทบรรยิน ก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่งว่ามีความคิดจะหลบหนีการควบคุมตัว มีการวางแผนตระเตรียมการ ซึ่งหากควบคุมตัวเหมือนผู้ต้องขังปกติทั่วไปอาจก่อเหตุร้ายหรือไปยุยงให้นักโทษอื่นก่อเหตุได้

ส่วนกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กำชับให้กรมราชทัณฑ์ระมัดระวังป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังเกิดการฆ่าตัวตาย มองว่าเป็นการสั่งการตามปกติ ไม่ได้มีนัยใดๆ ทั้งนี้ในแต่ละปีทั่วประเทศมีผู้ต้องขังเสียชีวิตทั้งจากอาการเจ็บป่วยและมีส่วนหนึ่งที่ฆ่าตัวตาย ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ ก็พยายามดูแลอยู่