สนามข่าว 7 สี

เสถียรภาพรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ทั้งเรื่องปรับ ครม. - รอยร้าวในพรรค พปชร.

หลังพรรคพลังประชารัฐ คว้าเก้าอี้ สส.จังหวัดลำปาง มาได้ ก็ยิ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเสียงในสภาฯ ของรัฐบาล แต่ก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ ยิ่งช่วงนี้ มีกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีออกรายวัน นายกรัฐมนตรีจะทำอะไรก็ต้องรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาล

ตอนนี้ในสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวน สส. อยู่ทั้งหมด 488 คน ฝ่ายรัฐบาล 273 คน ลอยตัวพ้นคำครหาว่าเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไปแล้ว ขณะที่ ฝ่ายค้าน สส. หายไปจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ และ สส.ย้ายค่าย ทำให้ตอนนี้มี สส. เหลือ 215 คน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย ที่มี สส. ถึง 61 คน เพิ่มมาจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ มีอำนาจในการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น แม้ว่าหัวหน้าพรรคจะประกาศชัดเจนว่า จะเรียกร้องตำแหน่งในรัฐบาลเพิ่มเติม แต่ด้วยสัดส่วน สส. ที่เพิ่มขึ้น ก็น่าจะทำให้นายกรัฐมนตรีและแกนนำรัฐบาล ต้องคิดหนักพอสมควร เพื่อเป็นการรักษาเสียงโหวตในสภาฯ จากพรรคภูมิใจไทยเอาไว้ อีกพรรคที่ได้ สส. เพิ่มขึ้น จากกรณีเดียวกันนี้ ก็คือ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ของ ชัช เตาปูน แม้ว่าจะเป็นพรรคเล็ก แต่ก็มี สส. ในมือถึง 5 คน แต่ยังไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี รัฐบาลก็น่าจะต้องเกลี่ยตำแหน่งมาให้ด้วย เพราะขนาดพรรคชาติพัฒนา มี สส. แค่ 3 คน ก็ยังมีรัฐมนตรีอยู่ในพรรค

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเป็นเสือนอนกิน อยู่นิ่ง ๆ มาตลอด ปรับ ครม. คราวนี้ อาจตกอยู่ในที่นั่งลำบากได้ เพราะไม่มี สส. เพิ่ม แถมผลงานที่ผ่านมาก็ยังทรงตัว ไม่โดดเด่น ก็อาจต้องถูกแบ่งเค้ก ปันตำแหน่งรัฐมนตรีไปให้พรรคอื่นด้วยก็ได้ แต่จะไม่ใยดีพรรคประชาธิปัตย์เลยก็คงไม่ได้ เพราะยังถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อันดับ 3 มี สส. 52 คน หรือพรรคพลังประชารัฐอาจยอมเฉือนเนื้อตัวเอง สละตำแหน่งรัฐมนตรีให้ เพื่อรักษาน้ำใจพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่พรรคเล็กที่หันมาสนับสนุนรัฐบาล ก็ออกมาประกาศตัวเสนอ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มาเป็นรัฐมนตรีด้วย

และเมื่อตัวหารเยอะขึ้นแบบนี้ คนตัดสินใจปรับ ครม. อาจต้องคิดอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น จะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล รักษาเสียงในสภาฯ เอาไว้ให้พ้นน้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหารอยร้าวในพรรคพลังประชารัฐที่ต้องตามแก้ และไม่รู้ว่าการที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรค จะสามารถประสานรอยร้าวนี้ได้หรือไม่ นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า หากพรรคพลังประชารัฐเคลียร์ตัวเองไม่จบ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลด้วยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องการปรับ ครม. นายกรัฐมนตรีย้ำทุกวันว่ายังไม่ถึงเวลา ซึ่งก็สอดคล้องกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ที่พูดตรงกันว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ออกมา ทั้งหมดเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว