ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : เปิดใจผู้ตกเป็นจำเลยคดีรถหรู DSI

นอกจากคดีรถหรูหลีกเลี่ยงภาษีที่เพิ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังมีอีกหลายร้อยคดีที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล ผู้ถูกกล่าวบางคดียอมตัดใจหันไปประกอบอาชีพอื่น ไปติดตามจากรายงาน

ข้อจำกัดในการนำเข้าอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์มือสอง เป็นหนึ่งในคำยืนยันที่ชี้ให้เห็นผลกระทบการเปลี่ยนแปลงธุรกิจการจำหน่ายสินค้าประเภทนี้ ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากอะไหล่รถยนต์แล้ว ชิ้นส่วนอื่นๆ ที่สามารถประกอบเป็นรถจดประกอบ ไม่สามารถนำเข้าไทยได้อีก

โดยธุรกิจที่อดีตผู้ประกอบการรายนี้อธิบาย จะมีพนักงานไปคัดเลือกอะไหล่รถยนต์ จากบริษัทรับซื้อรถเก่า หรือ จั๊งยาร์ด ในต่างประเทศ ทำการตัดแยกชิ้นส่วนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ ขนส่งมาทางเรือเข้ามาในไทย ทุกชิ้นส่วนที่นำเข้ามีหลักฐานเอกสารการเสียภาษี มีรูปถ่ายยืนยันชัดเจน และทราบดีว่ากระบวนการตรวจสินค้าของไทยเข้มงวด มีค่าปรับสูง ไม่คุ้มค่ากับการเสี่ยงจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อนำเข้ารถทั้งคัน อีกทั้งการนำเข้าอะไหล่ที่ตัดแบ่งเป็นชิ้นแล้ว ยังสามารถนำเข้าสินค้าได้จำนวนมากกว่า ส่วนสินค้าที่นำเข้ามีเป้าหมายเดียว คือขายส่งให้กับร้านจำหน่ายอะไหล่รถยนต์มือสอง หรือเซียงกงในไทยเท่านั้น

ส่วนที่ถูกร่างแหดำเนินคดีนี้ เพราะดีเอสไอ พบว่ามีรถจดประกอบ 4-5 คัน ที่มีเลขตัวถังและอะไหล่ตรงกัน ซึ่งเป็นสินค้าที่ตนออกบิลนำเข้า ประกอบกับเชื่อว่ารถหรู หรือรถซุปเปอร์คาร์ ไม่สามารถถอดประกอบในไทยได้ และยังเชื่อว่าเป็นนายทุนให้กับร้านรับจดประกอบรถยนต์รายหนึ่งอีกด้วย ซึ่งเรื่องที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็ได้รับความเป็นธรรมในชั้นอัยการสั่งยกฟ้องทั้ง 4 คดีไปแล้ว

ทั้งนี้ยอมรับว่าผลการดำเนินการของดีเอสไอ ส่งผลกระทบกับธุรกิจ ถูกธนาคารระงับและติดตามให้คืนเงินกู้ 300 ล้านบาท จนกลายเป็นหนี้สินทันที แม้ว่าเรื่องนี้จะพยายามแก้ไขปัญหาจนเหลือหนี้ค้างชำระเพียง 100 กว่าล้านบาท

แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกเปลี่ยนอาชีพไปทำการเกษตรแทน เพราะไม่อยากมีปัญหากับหน่วยงานภาครัฐอีกแล้ว ส่วนธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถยนต์ก็ปล่อยให้พนักงานในบริษัททำไปตามสภาพ ไม่คาดหวังว่าจะสร้างรายได้จากอาชีพนี้อีก

ส่วนการดำเนินคดีของดีเอสไอ มองว่าเป็นการทำไปตามหน้าที่ แต่ก็มองว่าคดีนี้มีความแปลก เพราะก่อนหน้านี้เรื่องการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีสภาพดีไปประกอบเป็นรถจดประกอบเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่พอดีเอสไอเข้ามาทำคดีนี้ก็เริ่มมีการปรับแก้กฎหมายให้การทำธุรกิจรถจดประกอบเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย คล้ายกับต้องการปกป้องอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ มากกว่าการผลักดันให้เกิดการประกอบรถยนต์โดยบริษัทของคนไทย