ข่าวอาชญากรรม

ยึดทรัพย์ 450 ล้านบาท ข่ายยาเสพติิดเปิดร้านทองบังหน้า

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแถลงผลบูรณาการยึดทรัพย์สินตัดเส้นทางการเงินเครือข่ายยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.,นางชลธิชา ดาวเรือง ผู้อำนวยการกองคดี 3 เป็นผู้แทนสำนักงาน ปปง. และนายเชิดชาย อยู่แพทย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมสรรพากร โดยสามารถยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สิน 450 ล้านบาท เงินหมุนเวียนที่จะตรวจสอบในบัญชี มูลค่า 12,000 ล้านบาท

สืบเนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หากจะเอาชนะยาเสพติด หรือทำลายวงจรการค้ายาเสพติดให้ได้ผลชะงัก ต้องทำการยึดทรัพย์ของผู้กระทำผิด หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดให้ได้มากที่สุด จึงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่ง ศอ.ปส.ที่ 5/2563 ลงวันที่ 21 ก.พ.63 พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวน สอบสวนขยายผล เพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่ง ศอ.ปส. ที่ 7/2563 ลงวันที่ 4 มี.ค.63 โดยมุ่งเน้นความเข้มข้นในการทำลายเครือข่ายและการติดตามยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตาม พรบ.มาตรการฯ พ.ศ.2534, พรบ.ฟอกเงินฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นคณะทำงานสืบสวนสอบสวน ขยายผลเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ตามคำสั่งที่ 7/2563 โดยมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดำเนินการสืบสวน สอบสวน ขยายผล ยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ในห้วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. 63

เริ่มจากวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมยึด/อายัดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธการ “พิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 1/63 เป้าหมายทั่วประเทศจำนวน 768 เป้าหมาย หมายจับ 351 หมาย หมายค้น 417 หมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 934 คน ยึดทรัพย์สินได้ทั้งหมด จำนวน 557 รายการ มูลค่า 135,296,650 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายสมศักดิ์ เป็นประธานติดตามความคืบหน้าการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด โดยมี พล.ต.อ. สุชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย นายอุทัย สินมา รักษาการอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงาน นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และผู้แทนกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธร(บก.ภ.)กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่  

จากนั้นวันที่ 14 -16 มิ.ย. เปิดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน ขยายผลเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด เป้าหมายรายสำคัญ ที่มีการโอนเงินค้ายาเสพติด เข้าไปยังกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าทองคำและกลุ่มกิจการต่างๆ  โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ,ตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรภาค 8 บูรณาการร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสรรพากร มีผลการปฏิบัติ ดังนี้ สามารถทำลายเครือข่ายทั่วประเทศได้  จำนวน 20 เครือข่าย สามารถดำเนินการตามหมายจับได้ 206 หมาย หมายค้น 129 หมาย และจับกุมผู้ต้องหา ได้ทั้งหมด 241 คน สามารถยึดของกลางยาเสพติด ได้แก่ ยาบ้า 424,771 เม็ด ไอซ์  4.9 กิโลกรัม ทรัพย์ของกลางที่ยึดได้ จำนวน 14 รายการ  มูลค่า 791,000 บาท  ทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด จำนวน 264 รายการ  มูลค่า 70,015,617 บาท ยึดทรัพย์สินได้ทั้งหมด จำนวน 278 รายการ มูลค่า 70,806,617 บาท

ขณะที่มีความเคลื่อนไหวธุรกรรมทางบัญชีของผู้ประกอบการร้านทอง ที่เข้าปฏิบัติการในครั้งนี้มีกระแสเงินหมุนเวียนในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา วงเงินประมาณ 170,000 ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีบัญชีที่มีกระแสเงินจากการค้ายาเสพติด เข้าไปในกลุ่มผู้ค้าร้านทอง และกลุ่มกิจการต่าง ๆ รวมประมาณ 12,000 ล้านบาท โดย กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ,กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ,ตำรวจภูธรภาค 5 ,ตำรวจภูธรภาค 8 ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสรรพากร จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

กระทั่งวันที่ 19 มิ.ย.กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 เข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเพื่อจับกุมบุคคลตามหมายจับคดีสมคบและตรวจยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องจังหวัดชลบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี สามารถจับกุมตามหมายจับ 8 หมาย หมายค้น 22 หมาย และ 2 จุดตรวจสอบ ผลการปฏิบัติ จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ยึดอายัดทรัพย์สิน เช่น เงินสด ,เงินในบัญชี ,รถยนต์ ,รถจักรยานยนต์ ,อาวุธปืน ,ทองรูปพรรณ และที่ดินพร้อมโฉนด  รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น มูลค่า 83,506,000 บาท

สรุปผลการปฏิบัติในห้วงเดือน พ.ค.- มิ.ย. ตามคำสั่ง ศอ.ปส.ที่ 7/2563 สามารถทำลายเครือข่ายยาเสพติด ได้ทั้งสิ้น 43 เครือข่าย จับกุมตามหมายจับได้ 645 หมาย  เข้าตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด  629 หมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 1,346 คน โดยมีผลการตรวจยึด ยาบ้า ได้ 25,997,331 เม็ด ไอซ์ 321 กิโลกรัม เคตามีน 1 กิโลกรัม เฮโรอีน 3.5 กิโลกรัม และกัญชา 420 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ของกลาง  จำนวน 928 รายการ มูลค่า 33,737,580 บาท ทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดจำนวน 845 รายการ มูลค่า 416,913,770 บาท รวมทรัพย์ที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้น 1,773 รายการ  มูลค่า 450,651,350 บาท และมีธุรกรรมทางบัญชีของผู้ประกอบการที่มีกระแสเงินจากการค้ายาเสพติด ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบประมาณ  12,000 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากเงินที่หมุนเวียนในบัญชีจึงมีการตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะทำการยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติด 1,500 บาท แต่ภายในปีหน้าตั้งเป้าว่าจะต้องยึดทรัพย์ให้ได้ 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้เนื่องจากจะมีเครื่องมืออุปกรณ์พิเศษมาใช้ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในปีงบประมาณหน้านี้