เช้านี้ที่หมอชิต

พบ ไซลาซีน ยาสลบสัตว์ ในน้ำดื่มหนุ่มนักวิ่ง เชื่อวางยาหวังชิงทรัพย์

เช้านี้ที่หมอชิต - อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง เผยผลตรวจน้ำดื่มของหนุ่มนักวิ่ง พบสารไซลาซีน ซึ่งเป็นยาสลบที่ใช้ในสัตว์ ด้านผู้เสียหายเชื่อคนร้ายวางยาหวังชิงทรัพย์

ความคืบหน้ากรณี นายวิโรจน์ ไศละบาท อายุ 42 ปี ได้เข้าแจ้งความ หลังไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหน้าเทศบาลนครนนทบุรี โดยวางขวดน้ำทิ้งไว้ เมื่อกลับมาดื่มน้ำก็มีอาการลิ้นแข็ง ตาค้าง มึนงง หายใจติดขัด เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด จนเพื่อนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล กระทั่งต่อมาพบว่าขวดน้ำดื่มดังกล่าว มีร่องรอยถูกเจาะรู ทำให้สงสัยว่าอาจถูกลอบวางยา นำไปสู่การส่งน้ำดื่มไปตรวจพิสูจน์หาสารพิษ

ล่าสุด รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผลการนำตัวอย่างน้ำดื่มจากผู้เสียหายไปตรวจสอบ เบื้องต้น พบตัวหลัก คือ สารไซลาซีน เป็นสารที่ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ดูดซึมได้เร็ว เป็นยาสลบที่นิยมใช้ในการวางยาสลบสัตว์ จำพวกม้า วัว และควาย และสัตวแพทย์มักนิยมใช้กับแมว ส่วนสารอีกตัว คือ แมทธิว พาราเบน ซึ่งเป็นฮอร์โมน แต่พบในปริมาณน้อยมาก และอาจเป็นส่วนผสมในยาหลัก

นายวิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย บอกว่า ตกใจหลังทราบว่าสารดังกล่าวเป็นยาสลบสัตว์ แต่ก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่าสร้างเรื่องขึ้นมา ทั้งที่เจตนาเพียงต้องการแจ้งเตือนให้เพื่อนนักวิ่งและผู้ที่มาออกกำลังกายระมัดระวังตัว มั่นใจว่าคนร้ายน่าจะหวังต่อทรัพย์ เพราะนักวิ่งส่วนใหญ่จะสวมนาฬิกาสมาร์ตวอตช์ ซึ่งมีราคาแพง ส่วนอาการตอนนี้ดีขึ้นแล้ว สามารถวิ่งได้ตามปกติ แต่หลังเกิดเหตุก็ไม่กล้ากลับไปวิ่งที่เดิมอีก และจากนี้จะเก็บน้ำดื่มในที่ที่ปลอดภัยมากขึ้น อย่างเช่น ในรถ หรือใต้เบาะรถจักรยานยนต์

ด้าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า การนำน้ำดื่มของผู้เสียหายไปตรวจสอบ หากส่งตรวจจากแล็บที่ได้มาตรฐานน่าเชื่อถือก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องรอผลตรวจที่ตำรวจนำไปส่งพิสูจน์ แล้วนำมาเปรียบเทียบกันอีกครั้งว่าผลตรงกันหรือไม่

ขณะที่ล่าสุด พ่อของเหยื่ออีกรายได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ ลูกชายซึ่งเป็นชายอายุ 41 ปี ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ภายในศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เมื่อช่วงประมาณ 23.00 น. วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วมึนศีรษะ มีอาการเดียวกันกับ นายวิโรจน์ จากนั้นได้โทรศัพท์มาบอกก่อนจะสลบไป เมื่อติดต่อลูกชายไม่ได้จึงพากันออกตามหา จนพบว่านอนสลบไม่ได้สติ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

เบื้องต้น ตำรวจจะเชิญตัวชายอายุ 41 ปี มาสอบปากคำให้ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมเร่งสอบปากคำพยาน และกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย เพื่อหาตัวบุคคลต้องสงสัย พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในศาลากลางจังหวัดนนทบุรีทั้งหมด เร่งหาเบาะแสของคนร้าย

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Weerachai Phutdhawong