สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

พปชร.มติเอกฉันท์ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคคนใหม่

พรรคพลังประชารัฐ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ วานนี้ (27 มิ.ย. 63) หลังจากมีกรรมการลาออกจำนวน 18 คน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จึงเป็นเหตุให้จำนวนกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เป็นไปตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 15 (3) และตามข้อบังคับพรรค ข้อที่ 15 วรรค 3 ที่ต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคภายใน 45 วัน ซึ่ง นายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เรียกประชุมโดยเชิญคณะกรรมการบริหารพรรค, ผู้แทนสาขาพรรคการเมือง, ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและสมาชิกที่ได้รับเชิญจากคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามโครงสร้างที่ไม่เกิน 29 คน ซึ่งการประชุมวันนี้ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอย่าง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรค ได้เข้าร่วมประชุมแต่ผู้ที่ได้รับการคาดว่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไปอย่าง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม แต่มาพบกับสมาชิกพรรคด้วยภาพการเปิดใจหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ 516 คะแนน โดยยืนยันความพร้อมทำงานให้กับพรรค เพื่อนำพาสมาชิกไปสู่ความมั่นคง กำชับสมาชิกลงพื้นที่พบประชาชนดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี วันนี้เป็นวันเริ่มต้นสร้างความเข้มแข็งให้พรรคต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เลือก นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการกรรมการบริหารพรรค เป็นเหรัญญิกพรรค และ นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรค

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรค ระบุว่าจากการที่มีมติแก้ไขข้อบังคับพรรคก่อนหน้านี้ หัวหน้าพรรคจะทำการเลือกรองหัวหน้าพรรค 9 คน จากกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่มาจากชุดเดิมทั้งสิ้น 23 คน

อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายอุตตม สาวนายน  และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ได้เดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นอกจากนี้ได้เปลี่ยนโลโก้ใหม่ เพื่อแสดงถึงความกลมเกลียวอย่างมีระเบียบไม่แตกแยกออกนอกวง