7HD ร้อนออนไลน์

เคาะรับนักธุรกิจ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) เปิดเผยถึงมาตรการผ่อนปรนให้ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ว่า ศบค.อนุมัติการเดินทางใน 6 กลุ่ม ได้แก่ 1 คู่สมรสและบุตรของผู้มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานในราชอาณาจักร, 2 ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร, 3 คู่สมรสต่างชาติและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสัญชาติไทย, 4 ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นต้องเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทยพร้อมผู้ติดตาม ซึ่งไม่ใช่ผู้ป่วยโควิด, 5 นักเรียน นักศึกษาต่างชาติและผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว, 6 ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลงพิเศษกับประเทศเป้าหมาย เช่น นักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค จากประเทศญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, จีน, และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยขั้นต้นอาจกำหนดจำนวนรวม 200 คนต่อวัน  โดยผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัว 14 วัน ในโรงแรมและโรงพยาบาลของภาคเอกชน

สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยในระยะสั้นๆ ลักษณะเดินทางเร่งด่วนเพื่อเข้ามาเซ็นสัญญา ไม่สามารถเข้ารับการกักตัว 14 วัน  โดยการเปิดรับชาวต่างชาติไม่ใช่การเปิดบินเสรี คนต่างชาติต้องเดินทางร่วมเที่ยวบินมากับการรับคนไทยเดินทางกลับบ้าน หรือเดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษที่ได้รับอนุญาตจากกรมการบินพลเรือน ภายใต้หลักเกณฑ์ต้องการเป็นคณะเล็กไม่เกิน 10 คน, เป็นการเดินทางระยะสั้น, มีการตรวจรับรองปลอดเชื้อโควิด-19 จากประเทศต้นทาง และตรวจซ้ำเมื่อลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ, ให้หน่วยราชการที่เป็นเจ้าภาพเชิญแขกระดับสูงจัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะตามประกบ, มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือหน่วยงานความมั่นคงติดตาม, และมีแผนการเดินทางชัดเจนและห้ามใช้ระบบขนส่งมวลชน ยืนยันว่าคนไทยจะได้รับการดูแลปกป้อง

นอกจากนี้ ศบค.ยังอนุมัติข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ที่ขอยกเว้นให้การโดยสารขนส่งสาธารณะสามารถนั่งได้ทุกที่นั่ง ส่วนที่ยืนให้เว้นระยะห่าง จำกัดความหนาแน่นสูงสุด 70% รวมทั้งอนุมัติข้อเสนอกระทรวงมหาดไทยขอเปิดจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าเพิ่มเติมอีก 9 แห่ง ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 

ส่วนกรณีการลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ หรือหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายรอบพื้นที่ประเทศไทย พบว่า ศบค.สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเข้มงวดดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแพร่ระบาดของโรค ระหว่างวันที่ 2-29 มิ.ย.63  มีตัวเลขสะสม 2,458 คน  พบทั้งพื้นที่ขอบชายแดนและผู้ที่ลักลอลเข้าเมืองมานานและหลบอยู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงขอให้ประชาชนช่วยสอดส่อง แม้จะเป็นบ้านพี่เมืองน้องแต่ต้องให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อโรค