7HD ร้อนออนไลน์

จนท.เข้าตรวจสอบฤาษีทำพิธีไล่คุณไสยให้พระสงฆ์

จากกรณีแฟนเพจ "แม่ทับลิงV2"ได้เผยแพร่คลิปพระภิกษุรูปหนึ่งร่วมทำพิธีกับชายแต่งกายคล้ายฤาษีและมีการระบุว่าพระรูปนี้โดนของ(มนต์ดำ) จากที่อื่น ต้องรักษาด้วยการอาบน้ำมนต์ อ้างเป็นพิธีการถอดของ โดยในคลิปบันทึกเหตุการณ์ขณะที่พระรูปดังกล่าวสวดมนต์ ส่วนชายแต่งกายคล้ายฤาษีใช้มือจับที่ศีรษะขณะทำพิธี ภายหลังจึงตักน้ำในโอ่งรดหัวทั้งตัว เมื่อตรวจสอบพบว่าพระรูปนี้เดินทางมาจาก อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ส่วนผู้ทำพิธีอยู่พื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังพบคลิปประชาชนที่ถูกอ้างว่าถูกผีเข้าและคุณไสยเข้ามาทำพิธีในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดวันนี้ (29 มิ.ย.63) ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวกับนายศุภเดช การถัก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่อยู่ในคลิปเป็นฤาษีไม่ใช่พระสงฆ์ ทางสำนักงานพระพุทธศานาจึงไม่มีอำนาจในการตรวจสอบกรกรณีดังกล่าวได้ ส่วนพระสงฆ์ที่มาทำพิธีก็ไม่ใช่พระสงฆ์ในพื้นที่ เป็นพระสงฆ์มาจาก จ.ชัยภูมิ และจากการโทรศัพท์สอบถามกับพระปลัดสุพจน์ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอห้วยผึ้ง เบื้องต้นทราบว่า ฤาษีที่ปรากฎในคลิปอยู่ในพื้นที่บ้านไค้นุ่น ต.ไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ โดยได้นับถือพระนารายณ์ พระยายม ปกติจะสวมชุดฤาษี แต่บางชุดสีจะคล้ายกับของพระ

ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ลูกศิษย์จะมาจากต่างจังหวัด ส่วนการใช้ชีวิตก็เป็นเหมือนกับคนทั่วไป มีภรรยาอยู่บ้านด้วยกัน และการทำพิธีดังกล่าวไม่ใช่พิธีของทางพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว และพระสงฆ์ที่ทำพิธีก็ไม่ใช่พระในพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง คาดจะเป็นพระมาจากที่อื่น 
ด้านนายจรัญ จุนัน ปลัดอำเภอห้วยผึ้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยผึ้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 10 บ้านไค้นู่น ต.ไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง โดยบริเวณด้านหน้ามีรูปปั้นขนาดใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่พบนายสังข์ทอง งอกคำ แต่งกายเป็นฤาษีกำลังทำพิธีรักษาโรคกับชาวบ้านที่เดินทางมา

จากการสอบถามนายสังข์ทอง เปิดเผยว่า คลิปวีดีโอดังกล่าวเป็นคลิปเก่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยตนได้ทำพิธีจริง แต่อยู่ในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราแต่ปัจจุบันได้ย้ายสำนักมาอยู่ในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ ไม่ได้ทำพิธีคุณไสยมนต์ดำแต่อย่างใด โดยตนจะใช้ไม้ง่ามในการรักษาอาการเจ็บป่วยปวดเมื่อยและโรคต่างๆ ไม่ได้ทำพิธีเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่พบว่าจะมีการกระทำที่เป็นความผิด จึงยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้กำชับผู้นำหมู่บ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลเป็นพิเศษ หากพบมีการกระทำความผิดก็จะมีการว่ากล่าวตักเตือน และจะดำเนินการตามกฎหมายทันที