สนามข่าว 7 สี

เร่งล่าตัวคนร้าย รุมทำร้ายหัวหน้าคนงานเสียชีวิต จ.ระยอง

ตำรวจระยอง เร่งไล่ล่าคนงานในแคมป์ก่อสร้างอีก 4 คน ที่รุมประชาทัณฑ์หัวหน้าคนงานจนเสียชีวิต มาดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังสอบสวนอย่างละเอียดแล้ว พบว่าหัวหน้าคนงานใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัว เพราะถูกคนงานรุมทำร้าย

ตามกันต่อกับคดีที่สนามข่าว 7 สี นำเสนอไปเมื่อวานนี้ กรณี นายไพโรจน์ นวลสง่า อายุ 50 ปี หัวหน้าคนงานก่อสร้าง ใช้อาวุธปืนพกยิงลูกน้องได้รับบาดเจ็บ 3 คน และเสียชีวิตอีก 1 คน แต่หลังจากนั้นหัวหน้าคนงานก็ถูกรุมประชาทัณฑ์จนเสียชีวิต เหตุเกิดในแคมป์คนงานก่อสร้าง ภายในซอยสุขุมวิท 51 ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง คืนวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) พันตำรวจเอก ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.มาบตาพุด ออกมาเปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานแวดล้อม โดยเฉพาะคนงานในแคมป์ที่เกิดเหตุตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้ทราบชนวนเหตุที่แท้จริง โดยนายไพโรจน์ ผู้เสียชีวิต แท้จริงแล้วเป็นพ่อบ้านดูแลความเรียบร้อยในแคมป์คนงานก่อสร้าง ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มคนงานที่มี นายพัชวี หรือโหน่ง คนงานชาวไทยเป็นหัวโจก ตั้งวงดื่มสุรากันอยู่ในห้องพัก

แต่ระหว่างนั้น นายโหน่ง ลุกออกจากวงไปปัสสาวะ กลับไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนงานด้วยกันและถูกทำร้าย จึงพยายามเดินตามหาตัวคนที่ทำร้าย เมื่อไม่พบตัว ก็โมโหเคาะสังกะสีส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น นายไพโรจน์ ผู้เสียชีวิต จึงพยายามเข้าห้ามปราม แต่ปรากฏว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง กลุ่มของนายโหน่ง ซึ่งมีแรงงานประเทศเพื่อนบ้านรวมอยู่ด้วย 7-8 คน จึงตรงเข้ามาทำร้าย โดยใช้อิฐมวลเบาทุบไปที่ท้ายทอยของนายไพโรจน์

นายไพโรจน์ จึงชักปืนพกแบบลูกโม่ ออกมายิงสวนไปเพื่อป้องกันตัว จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่เนื่องจากเป็นปืนลูกโม่ มีกระสุนเพียงแค่ 4 นัด เมื่อกระสุนหมด ก็เกิดการชุลมุนแย่งปืนกัน จากนั้นกลุ่มของนายโหน่ง ก็เข้ามารุมทำร้ายนายไพโรจน์ โดยใช้ท่อนเหล็กแป๊บ และก้อนอิฐทุบตีจนนายไพโรจน์เสียชีวิต

สำหรับคนงานที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล ก็คือ นายโหน่ง หัวโจกที่รุมทำร้ายผู้เสียชีวิต รวมทั้งนายเว่ย และนายวุต สัญชาติกัมพูชา ตำรวจได้อายัดตัวไว้เพื่อดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.มาบตาพุด และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระยอง กำลังเร่งไล่ล่าผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน มาดำเนินคดี

ขณะนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติม ส่วนอาวุธปืนและวัสดุที่ใช้เป็นอาวุธทำร้าย ได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจหารอยนิ้วมือแฝง เพื่อประกอบสำนวนคดีแล้ว

สำหรับแคมป์คนงานก่อสร้างที่เกิดเหตุ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 3 ไร่ มีคนงานอาศัยอยู่ประมาณ 300 คน ทางบริษัทฯที่ดูแล ได้เพิ่มมาตรการเข้มในการรักษาความปลอดภัย และห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ ส่วนคนงานยังคงเข้าทำงานตามปกติ