สนามข่าว 7 สี

ว่าที่เจ้าบ่าวเบี้ยวขันหมาก ยอมรับสาเหตุที่ไม่ไปร่วมงาน เพราะขาดค่าสินสอด

ชายอายุ 32 ปี "ว่าที่เจ้าบ่าว" ที่เบี้ยวแห่ขบวนขันหมากไปสู่ขอหญิงอายุ 26 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา ยอมรับสาเหตุที่ไม่ไปร่วมงาน สืบเนื่องจากขาดสินสอดทองหมั้น เงิน 100,000 บาท ทองหนัก 10 บาท ตามที่ลั่นวาจาไว้ ยืนยันยังรัก "ว่าที่เจ้าสาว" เสมอ หากมีโอกาสจะขอเธอแต่งงานอีกครั้ง

จากที่สนามข่าว 7 สี นำเสนอกรณีหญิงอายุ 26 ปี ชาวอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แจ้งความตำรวจว่าเธอถูกชายอายุ 32 ปี ชื่อเล่นว่า "เอ็ม" ว่าที่เจ้าบ่าว ที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊กและคบหาดูใจกันได้ประมาณ 4 เดือน เบี้ยวจัดขบวนขันหมากมาสู่ขอ ตามฤกษ์ดี 08.09 น.ของวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

ว่าที่เจ้าสาว ยอมรับว่า รู้สึกอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้ว่าที่เจ้าบ่าวเบี้ยวขันหมาก เป็นเพราะไม่สามารถหาเงินจำนวน 100,000 บาท และทองคำหนัก 10 บาท มาเป็นสินสอดทองหมั้นตามที่รับปากไว้ได้ โดยช่วงเช้าวันงาน ฝ่ายชายบอกกับเธอว่าญาติพี่น้องเดินทางมาร่วมงานไม่ได้ ฝ่ายหญิงจึงจัดเตรียมคนมาร่วมขบวนขันหมากให้ แต่ฝ่ายชายก็ยังบ่ายเบี่ยง ที่สุดยอมรับว่ามีเงินสดอยู่แค่ 20,000 บาทเท่านั้น ฝ่ายว่าที่เจ้าสาวจึงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปลี่ยนงานแต่งเป็นงานทำบุญบ้านแทน

ว่าที่เจ้าสาว ยืนยันอีกว่า ครอบครัวเธอไม่ได้เรียกร้องสินสอด แต่ยอดเงิน 100,000 บาท และทองคำน้ำหนัก 10 บาท เป็นสิ่งที่ฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวลั่นวาจาไว้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเธอรู้ดีกว่าฝ่ายชายเคยมีครอบครัว และมีลูกสาวอายุ 10 ขวบ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ได้เลิกราและขาดการติดต่อกับอดีตภรรยามานานแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนชีวิต แม้วันนี้ใจจะพร้อมให้อภัยฝ่ายชาย แต่ไม่ขอกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก

ฝ่ายนายเอ็ม ว่าที่เจ้าบ่าว ให้สัมภาษณ์กับทีมสนามข่าวผ่านทางโทรศัพท์ ระบุวันงานเขาไม่ได้หนีไปไหน แต่เพราะขาดเงินสินสอด จึงไม่กล้าสู้หน้าเครือญาติฝ่ายหญิง ทั้งนี้ยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง

นายเอ็ม กล่าวอีกว่าเขาเสียใจมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างนัดวันและเวลาเพื่อเข้าขอขมาพ่อและแม่ของฝ่ายหญิง และหากมีโอกาสจะขอเวลาทำงานสร้างตัว เพื่อขอฝ่ายหญิงแต่งงานอีกครั้ง

สำหรับเหตุการณ์นี้ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ระบุคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย สามารถพูดคุยตกลงกันได้ แต่หากฝ่ายหญิงและครอบครัวไม่พอใจ สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมได้ ซึ่งหากมีข้อสงสัย สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ยินดีให้คำปรึกษา