7HD ร้อนออนไลน์

รพ.เพชรบูรณ์ขอรับบรจาคเงินซื้อเครื่องช่วยหายใจช่วยผู้ป่วย เพื่อต่อลมหายใจบั้นปลายชีวิตที่บ้าน

จากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์รายหนึ่ง โพสต์ในเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “คุณวรดรเป็นคนไข้ที่เราดูแลมาตั้งแต่มกราคม 2563 อยู่ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย รพ.เพชรบูรณ์ อยากเชิญชวนทุกท่าน ร่วมสมทบทุนคนละเล็กละน้อยเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจให้คุณวรดร สุกใส ผู้ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้เส้นประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน ส่งผลให้หายใจไม่ได้ตลอดชีวิต แต่สมองยังรับรู้ดีทุกอย่าง ขณะนี้นอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ รพ.เพชรบูรณ์ และไม่มีอนาคตว่าจะได้กลับบ้านเพราะยังไม่มีเครื่องช่วยหายใจ เขาอยากกลับไปนอนหายใจกับเครื่องที่บ้าน เราต้องช่วยกัน โดยรวมสมทบทุนบริจาค เข้าบัญชีเงินบริจาค รพ. เพชรบูรณ์ ตามที่แจ้งไว้ เมื่อได้ครบจำนวน ทาง รพ.จะปิดรับบริจาคและจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ”

เจ้าหน้าที่ รพ.เพชรบูรณ์รายนี้ ยังระบุข้อความอีกว่า “ท่านที่บริจาค 1,000 บาทขึ้นไป ถ้าต้องการใบอนุโมทนาบัตร ให้ส่งหลักฐานการโอนไปที่ ID line :nisacholnurse นะครับ มาช่วยกันครับ เขาจะเป็นคนแรกของเพชรบูรณ์ ที่มีการต่อลมหายใจที่บ้านแบบครบวงจร เพื่อให้คุณวรดรมีลมหายใจอยู่ต่อไป ภาพที่ลงทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากคนไข้และภรรยาของคนไข้ ตามลายลักษณ์อักษรที่แนบมาแล้วครับ ปล.ท่านที่บริจาคแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่ line id:nisacholnurse หรือ แชท ได้เลยค่ะ เพื่อเป็นหลักฐานทางการเงิน รบกวนจริง ๆ ค่ะ”

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.เพชรบูรณ์ เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.63) พบนายวรดร สุกใส อายุ 39 ปี นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วยและต้องเจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมี น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาคอยดูแลอย่างไม่ห่าง

จากการพูดคุยกับนพ.โกศล โลเกศเสถียร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.เพชรบูรณ์ ทำให้ทราบว่านายวรดร คนไข้รายนี้ ประสบอุบัติเหตุจากการกระโดดน้ำแล้วศีรษะไปกระแทกพื้น สมองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่กระดูกสันหลังระดับคอได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสูง ส่งผลให้แขนและขาทั้งสองข้างอ่อนแรง เมื่อแรกรับคนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจึงได้ใช้ท่อช่วยหายใจ และปั๊มหัวใจจนคนไข้จนมีสัญญาณชีพกลับคืนมา แต่เส้นประสาทที่ควบคุมกระบังลมได้รับความเสียหาย ทำให้คนไข้ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องทำการเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะนี้ได้ดำเนินการรักษาตามอาการควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด แต่คนไข้จะต้องใช้เครื่องหายใจไปตลอดชีวิต ความหวังสุดท้ายของคนไข้คืออยากกลับไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

ด้าน น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาของคนไข้ เปิดเผยว่าหลังสามีประสบอุบัติเหตุ ตนต้องเทียวเดินทางจากบ้านมาดูแลสามีที่โรงพยาบาลทุกวัน ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านั้นต้องลางานเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน หากได้รับเครื่องช่วยหายใจไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ก็จะสามารถแบ่งเบาภาระได้ แต่ตนและครอบครัวไม่มีความสามารถที่จะซื้อเครื่องช่วยหายใจดังกล่าวเนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงอยากจะบอกบุญไปยังผู้ใจบุญขอรับบริจาคเพื่อนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจให้สามี นำไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้านก็จะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดี ญาติ ๆ ก็สามารถช่วยกันดูแลได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นการอยู่กับครอบครัวในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหากไม่ได้ใช้เครื่องนี้แล้วก็จะนำเครื่องดังกล่าวมาไว้ที่ รพ.เพชรบูรณ์ เผื่อมีผู้ป่วยรายอื่น ๆ จะต้องใช้ในการรักษาต่อไป

ขณะที่ น.ส.นงลักษณ์ ลีกีรติกุล หัวหน้าหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกชาย เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้คนไข้มีความเครียดมาก เนื่องจากจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และจะต้องนอนโรงพยาบาลตลอดชีวิต แต่ขณะนี้คนไข้มีกำลังใจและสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง หลังจากทราบว่า นพ.เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจในเด็ก กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและทำโครงการจัดหาเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วยไปหายใจที่บ้าน ได้ทราบเรื่องราวและได้ให้การช่วยเหลือระดับหนึ่ง โดยการขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจมูลค่าสี่แสนห้าหมื่นบาท ขณะนี้มีผู้บริจาคมาแล้วประมาณ 1.6 แสนบาท ยังคงเหลือประมาณ 2.9 แสนบาท โดยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 614-0-76611-7 ชื่อบัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อโอนแล้วรบกวนส่งสลิปโอนเงินมาที่ line id:nisacholnurse หรือ แชทเฟสบุคชื่อ Nisa Nicha Wasan และหากท่านใดบริจาคตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป สามารถขอใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตร เพื่อนำไปประกอบในการลดหย่อนภาษีได้