ข่าวดึก 7HD

ยังไม่มีผู้เสียหาย แจ้งเอาผิด ฌอน จ.เชียงใหม่

หลังผู้ใช้สื่อออนไลน์ออกมาเรียกร้องให้ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ออกมาชี้แจงกรณีเปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือทีมดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังมีหลักฐานว่านายฌอนนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือ ซื้อหน้ากากอนามัยส่งมอบให้กับทีมแพทย์ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แทนการซื้ออุปกรณ์เข้าไปสนับสนุนทีมดับไฟป่า และก่อนหน้านี้ แอดมินเพจเฟซบุ๊กของฌอน ออกมาชี้แจงว่าได้รับเงินบริจาคประมาณ 800,000กว่าบาท ซึ่งสวนทางกับผู้ติดตามที่มีมากกว่า 4,000,000 คน ผู้ใช้สื่อออนไลน์จึงเกิดความสงสัยถึงจำนวนเงินบริจาคที่แท้จริง เพราะนักแสดงบางคนเปิดรับบริจาคไม่ถึงสัปดาห์กลับมียอดเงินช่วยเหลือมากกว่า 1,000,000 บาท ประกอบกับข้อความที่ชี้แจงเรื่องการใช้เงิน ยังมีการนำเงินไปจ้างทีมงานบริษัทของตัวเอง จัดทำโฆษณาโพรโมตกิจกรรมกว่า 200,000 บาท ผู้ใช้สื่อออนไลน์จึงต้องการให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าฌอนได้เข้าให้ข้อมูลรายละเอียดการรับบริจาคกับตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่อทีมข่าวสอบถามไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กลับพบพิรุธหลายอย่าง

โดย พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ตนเองทราบเพียงว่านายฌอนเข้ามาจัดกิจกรรมจิตอาสาในพื้นที่หลายครั้ง และไม่รู้จักกันเป็นส่วนตัว เมื่อเกิดเรื่องร้องเรียน จึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กลับไม่มีรายงานการเข้ามาชี้แจงรายละเอียดการรับบริจาคเงิน รวมถึงไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของพื้นที่อย่างนายอำเภอเมือง ทำการเรี่ยไรเงิน ซึ่งผิด พ.ร.บ.เรี่ยไร อย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเอาผิดแต่อย่างใด

ด้าน นายขจร ประเสริฐศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นประธานกลุ่มจิตอาสาดับไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่าช่วงที่เกิดไฟป่า กลุ่มจิตอาสาได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชนมาโดยตลอด แต่ไม่เคยพบฌอนหรือทีมงานเข้ามาในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือทางหมู่บ้านเรื่องดับไฟป่าแต่อย่างใด และหากฌอนหรือทีมงานเข้ามาในพื้นที่จริง ทางหมู่บ้านจะมีการจดบันทึกและถ่ายภาพเอาไว้หมด แต่จากการสืบค้นข้อมูลกลับไม่มี

ด้านนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ยืนยัน ฌอนไม่ได้ขออนุญาตจัดกิจกรรมรับบริจาค และมีความผิด พ.ร.บ.เรี่ยไรเงิน ซึ่งขณะนี้ตนได้ทำหนังสือชี้แจงว่าทางอำเภอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและจะเชิญตัวฌอนเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง หากยังไม่ได้รับการติดต่อ ก็จะเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ทีมข่าวได้พยายามติดต่อฌอนเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อได้

ด้านกรมสรรพากร ออกมาย้ำ "ฌอน บูรณะหิรัญ" ต้องยื่นแบบรายได้ประจำปีต่อสรรพากร หากนำเงินบริจาคไปใช้ตามวัตถุประสงค์ จึงจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ซึ่งฌอน มีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายได้ประจำปีให้กรมสรรพากรตรวจสอบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวถึงกรณี “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ชชื่อดังที่ได้รับเงินบริจาคจากแฟนเพจเป็นจำนวนเงินกว่า 875,741.53 บาท เพื่อนำไปช่วยเหลือเหตุไฟป่าและช่วยโควิด-19 ว่าเงินที่ได้รับบริจาคจะต้องทำบันทึกรายรับ รายจ่าย โดยจะต้องนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอรับบริจาคทั้งหมด ถึงจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เช่นเดียวกับกรณีของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่เปิดบัญชีเพื่อขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมที่ผ่านมา

ซึ่งกรมสรรพากรคงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบบัญชีรายรับของนายฌอนทันที เพราะเป็นหน้าที่ของผู้เสียภาษีที่ต้องยื่นแบบรายได้ประจำปีให้กรมสรรพากรทราบ รวมทั้งรายได้ส่วนตัวและเงินบริจาคทั้งหมดต้องชี้แจงได้ว่ามีที่มารายได้และนำไปใช้อย่างไร เสียภาษี

โดยย้ำว่า กรมสรรพากรเอง มีอำนาจตรวจสอบจำนวนเงินที่เข้าบัญชีได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายส่วนตัวหรือเงินบริจาคทุกบาท ส่วนเงินบริจาคส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ผลิตสื่อกว่า 250,000 บาทนั้น กรมสรรพากรจะต้องตรวจสอบก่อนว่าจะเข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีด้วยหรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่เป็นการนำเงินไปบริจาคต่อ

ล่าสุดมีกรณีร้อนๆ มาถึงตัว นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจนเจ้าตัวต้องรีบปฏิเสธทันควันที่ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวชักชวนและจ้าง "ฌอน บูรณะหิรัญ" ประชาสัมพันธ์ให้กับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในงานปลูกป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยบอกโดยบอกเพียงว่าไม่รู้จักและเดินเลี่ยงออกไปทันที และเมื่อสื่อมวลชนมีโอกาสซักถามอีกครั้ง นางนฤมลบอกว่าชี้แจงไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง