เจาะประเด็นข่าวค่ำ

เก็บหลักฐานเพิ่ม รถกระบะทนายความ ถูกยิงถล่มกลางสวนปาล์ม จ.กระบี่

ย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะถูกยิง 2 คัน กระสุนเข้ากระจกซ้ายและยางหลังซ้าย มีปลอกกระสุนปืนตกอยู่รวม 8 ปลอก ด้าน นายชูวงศ์ มณีกุล ทนายความเจ้าของรถที่ถูกยิง บอกว่าคืนเกิดเหตุเขาขับรถไปกับทีมงาน มีชาวบ้านและเด็กชาย อายุ 12 ปี ขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าพาไปหาชาวบ้านคนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดี เพื่อหาแนวทางต่อสู้ในชั้นศาล พอมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายออกมาจากข้างต้นปาล์ม กระหน่ำยิงใส่รถหลายนัดเขาและชาวบ้านพยายามขับรถหนีไปไกลกว่า 100 เมตร จนไปต่อไม่ได้ สาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากการเสียผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนและคนมีสีที่อยู่เบื้องหลังต้องการผลปาล์มน้ำมันและต้องการนำที่ดินดังกล่าวคืนให้นายทุน

ต่อมา นายสุนทร บุตรฤทธิ์ อายุ 56 ปี อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทผลิตน้ำมันปาล์มแห่งหนึ่ง เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ พร้อมปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุ เขาอ้างว่าเป็นการปกป้องทรัพย์สินผลปาล์มน้ำมันที่กลุ่มของนายชูวงศ์ เข้ามาลักลอบตัด

ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.63) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 8 เข้าตรวจและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่รถกระบะคันที่นายชูวงศ์ ถูกลอบยิงเพื่อหาวิถีกระสุนพร้อมเก็บหลักฐานจากรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงคันที่เด็กชาย อายุ 12 ปี นั่งมาแล้วถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่จะนำผลการตรวจวิถีกระสุนไปเทียบเคียงกับปลอกกระสุนที่พบ เพื่อประมวลผลส่งให้พนักงานสอบสวน สรุปสำนวนในการเอาผิดผู้ก่อเหตุต่อไป

ขณะที่นายชูวงศ์ ยืนยันว่าวันเกิดเหตุไม่ได้เข้าไปขโมยผลปาล์มน้ำมัน แต่ไปพบลูกความ และไม่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะทำเพียงลำพัง เนื่องจากร่องรอยกระสุนที่รถยนต์มีหลายขนาดและมั่นใจว่าผู้ก่อเหตุต้องการเอาชีวิต เพราะตัวเขาเป็นแกนนำเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทดังกล่าว เป็นการบุกรุกพื้นที่ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. จนนำไปสู่การเพิกถอนและยึดพื้นที่กลับคืนมาเป็นของรัฐ รวมกว่า 7,000 ไร่ ซึ่งล่าสุดจังหวัดกระบี่ เตรียมรื้อถอนตัดโค่นต้นปาล์มรวมกว่า 600 ไร่ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งพบว่าเป็นการบุกรุกที่ ส.ป.ก.มานานกว่า 10 ปี