7HD ร้อนออนไลน์

กทม.เคาะกฎเหล็กคุมเข้มเปิดเฟส 5

ร.ต.อ.พงษกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า การผ่อนปรนในเฟสที่ 5 ของกรุงเทพฯ ถือได้ว่าเป็นการอนุโลมให้เปิดกิจการได้เกือบ 100 % เนื่องจากใน กทม. ไม่ค่อยมีสนามกัดปลา สนามชนไก่ หรือสนามชนวัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ศบค.ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้เปิดดำเนินการ และในวันพรุ่งนี้ (1ก.ค.63) กทม.จะอนุญาตเปิดดำเนินการใน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.โรงเรียนและสถาบันการศึกษาเปิดเรียนสอนได้ตามปกติ , 2 ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์การประชุม และศูนย์แสดงนิทรรศการ เปิดบริการได้มากขึ้นอีก 1 ชม. โดยให้ปิดในเวลา 22.00 น.,

3 สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ผ่อนปรนให้เปิดในหลักการเว้นระยะห่าง มีระบบติดตามตัวผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ ศบค.กำหนด เพื่อควบคุมปริมาณไม่ให้แออัด ผู้ใช้บริการต้องไม่เกินจำนวนโต๊ะ ส่วนผู้แสดงดนตรีต้องมีฉากกั้น อนุญาตให้ลุกเต้นที่โต๊ะของตัวเองได้ รวมทั้งจะรณรงค์ไปยังผู้ประกอบการไม่ให้มีพนักงานมานั่งตักลูกค้า หรือนั่งร่วมโต๊ะกับแขก หรือให้บริการอื่นใดในลักษณะใกล้ชิด และให้ปิดในเวลา 24.00 น. 4 ภัตตาคาร และร้านอาหารทั่วไปที่ไม่เข้าข่ายสถานบันเทิง อนุโลมให้เปิดจำหน่ายอาหารได้หลังเวลา 24.00 น. แต่ห้ามจำหน่ายสุราหลังเวลาเที่ยงคืน,

5 ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต จะเปิดให้บริการในช่วงเวลาตามที่กฎหมายควบคุมเยาวชนกำหนด และให้บริการเป็นรอบครั้งละ 2 ชม. ต้องปิดทำความสะอาด 15 นาที , และ 6 อาบอบนวด โรงน้ำชา ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯไทยชนะให้เรียบร้อย โดยผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับโรงเรียนในสังกัด กทม. จะเปิดพร้อมกันทั้ง 437 โรง โดย กทม.พยายามให้เด็กไปโรงเรียนให้ได้มากที่สุด โดยมัการเว้นระยะห่าง มีฉากกั้น เหลื่อมเวลาเข้าเรียน กลับบ้าน และรับประทานอาหารกลางวัน ทั้งนี้มีเพียง 122 โรงเรียน ที่ต้องเหลื่อมวันเรียน หรือสลับสันเนรียน แต่สำหรับเด็กเล็กจะให้ไปเรียนทุกวัน ส่วนเด็กโตใน 122 โรงเรียน ที่ต้องสลับวันเรียน ในวันหยุดจะให้เรียนผ่านสื่อการเรียนการสอนที่พัฒนาร่วมกับโรงเรียนชื่อดัง ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อทดแทนการไม่ได้เรียนในวันที่ต้องสลับหยุด

นอกจากนี้ยังได้เตรียมมาตรการตอบโต้สถานการณ์ระบาดระลอกที่ 2 ซึ่งในโรงเรียนจะใช้หลักการเดียวกับโรคมือเท้าปาก เช่น เด็ก 1 คน ติดโรคใน 1 ห้องสั่งปิดห้องเรียน , เด็กติดโรคมากกว่า 1 ห้องใน 1 ชั้นสั่งปิดชั้น หากเด็กติดโรคมากกว่า 1 ชั้นสั่งปิดโรงเรียน ระหว่างนี้มีความจำเป็นต้องจำกัดให้เด็กเจอกันให้น้อยที่สุด สามารถพบปะเพื่อนร่วมห้องเรียนในชั้น ส่วนการพบปะเพื่อนนอกห้องนอก นอกชั้นเรียนต้องจำกัดให้มีน้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง