ข่าวสังคม

สว.แนะปฏิรูปกฎหมาย เร่งออก พรบ.จริยธรรม แยกสื่อแท้สื่อเทียม

การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 12 เป็นพิเศษ ที่รัฐสภา(เกียกกาย) ในการพิจารณาเรื่องด่วน รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี 2562

วันนี้ (30 มิ.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น. ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ ประธานคณะอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพด้านสื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ชี้ให้เห็นถึงผลการติดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ต้องมีการปฏิรูป เนื่องจากเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมาย ในเรื่องการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีเก็บรวบรวมข้อมูลได้มากเท่าไหร่ ก็จะสร้างความเสียหายต่อบุคคลและความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ดร.นิพนธ์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมามีการตรา พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่ 1 ปีที่ผ่านมา กลับยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่วิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารได้เพิ่มขีดความสามารถได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแม้แต่คนธรรมดาก็สามารถใช้ Deep fake Application ในการปลอมเสียง หรือการใช้ Face swap ด้วยการเปลี่ยนบุคคลได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ 1 ปีที่ผ่านมา เพิ่งมีประกาศแก้ไข ให้บังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เฉพาะหมวด ๔ เพื่อตั้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”

โดยผลการติดตามแผนปฏิรูปการรู้เท่าทันสื่อ ตามที่คณะอนุกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพ ด้านสื่อสารมวลชนและสื่อสาธารณะ ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เชิญหน่วยงานที่ได้ทุนในงบประมาณปี 2562 จาก กสทช. และจากองค์กรสื่อที่เป็นองค์กรของรัฐฯ มาร่วมให้ข้อมูล พบว่า มีหลายหน่วยงานที่ได้ดำเนินงานสอดคล้องแผนการปฏิรูปไปบ้างแล้ว เช่น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ให้ทุนองค์กรและบุคคลจัดกิจกรรมเพื่อเข้าถึงผู้ไม่มีโอกาสรับสื่อ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

หรือในส่วนของ ทีวีรัฐสภา ที่เน้นใช้ สส. และ สว. ที่รู้จักและน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ช่วยในการประชาสัมพันธ์ในเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อ” มากกว่าบุคคลมีชื่อเสียง ดาราหรือนักกีฬา ตามที่แผนปฏิรูปเคยกำหนดไว้เหมือนที่ผ่านๆ มา

ทั้งนี้ ดร.นิพนธ์ ยังได้เน้นย้ำถึง พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล มีข้อหนึ่งที่พูดถึง สื่อแท้และสื่อเทียม การที่จะแยกแยะได้จะต้องมี พรบ.จริยธรรม ซึ่งขณะนี้เสร็จแล้วอยู่ที่กฤษฎีกายังไม่ได้ออกมา  ถ้าจำเป็นก็คงจะต้องมีการจำแนกสื่อ อะไรที่ใช่หรือไม่ใช่สื่อมวลชน และผลักดันให้กฎหมายที่ ให้ออกมาให้ทันใช้และให้เร็ว ไม่เช่นนั้นคนทำผิดก็ทำผิดซ้ำซาก นี่คือสิ่งที่อยากจะขอให้กฎหมาย ดำเนินการได้ทันการณ์ ทันเทคโนโลยี ที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183e2ef4e1.02096487.jpg

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183e8c0652.30503809.jpg

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183ecd1fb9.83047489.jpg

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183f32c1d0.98743755.jpg

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183f709ee3.05945130.jpg

https://cdni-cf.ch7.com/i/images/2020/06/30/5efb183fcfe7f3.15161080.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง