สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พิพากษา 2 คดีฉ้อโกงฯ เงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ

คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ตกเป็นจำเลย มีการฟ้องร้องกันไปนับสิบคดี บางคดีพิพากษาถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาไปแล้ว ซึ่งก็เพิ่งมีคำพิพากษาสั่งจำคุกไปเมื่อปีที่แล้ว เมื่อวานนี้ก็มีคำพิพากษาอีก 2 คดี แต่เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน ผลจะเป็นอย่างไร ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ตกเป็นจำเลย มีการฟ้องร้องกันไปนับสิบคดี เช่น เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เพิ่งมีคำพิพากษาฎีกาสั่งจำคุก นายศุภชัย เป็นเวลา 7 ปี ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์เงินสหกรณ์เมื่อปี 2556 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท และเมื่อย้อนไป 2 ปีก่อน ศาลแพ่งสั่งให้ นายศุภชัย ต้องชำระเงินคืนให้กับสหกรณ์ฯ เป็นจำนวนเงินกว่า 9,600 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าผลคำพิพากษาส่วนใหญ่จะออกมาชัดเจนว่า นายศุภชัย มีความผิดจริง แต่บางคดีเมื่อมีการนำสืบไปแล้ว พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ก็ไม่สามารถเอาผิดกับ นายศุภชัย และพวกได้

เช่นผลคำพิพากษาคดีฉ้อโกงประชาชน 2 คดี ที่วานนี้ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีที่ นางนวลฉวี เกตุวัฒนเวสน์ กับพวกรวม 412 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และ นายศุภชัย ในฐานะประธานบริหารฯ จากกรณีเมื่อปี 2552-2556 ได้มีการโฆษณาทำให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า กิจการดังกล่าวเป็นธนาคารพาณิชย์ มีสถานะการเงินมั่นคง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมีสถานะเป็นเพียงสถาบันการเงินเพื่อชุมชนเท่านั้น เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นเงินกว่า 1,100 ล้านบาท คดีนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์นำสืบโดยไม่มีรายละเอียดถึงพฤติการณ์ว่า จำเลยกระทำการหลอกลวงอย่างไร อีกทั้งที่ผ่านมาก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์คัดค้านหรือโต้แย้ง พยานหลักฐานของโจทก์ยังมีข้อสงสัย ว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย พิพากษายกฟ้อง

ส่วนอีก 1 สำนวนคดีที่ นายศุภชัย ตกเป็นจำเลย คือถูก นายคนอง จุลมนต์ กับพวกรวม 292 คน ยื่นฟ้อง ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน คดีนี้ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำทุจริตฉ้อโกงเช่นกัน จึงพิพากษาสั่งยกฟ้อง

อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ยังมีคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการโกงเงินสหกรณ์ฯ อีกจำนวนมาก หลายคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ ที่ยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ ขณะที่บางคดีอยู่ระหว่างการพิสูจน์ความผิดในชั้นศาล ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ คดีฟอกเงินที่ นายศุภชัย ในฐานะอดีตไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย ตกเป็นจำเลยร่วมกับ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน รับของโจร