ห้องข่าวภาคเที่ยง

รายงานพิเศษ : เปิดโมเดลกักเก็บน้ำแก้ภัยแล้ง ตอนที่ 4

หลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ศึกษาโครงการ "โขง-เลย-ชี-มูล" ตั้งแต่ปี 2548 เพื่อแก้ปัญหาภาคอีสานขาดแคลนน้ำ ขณะนี้ก็เริ่มมีความชัดเจนขึ้น โดยนายช่างชลประทานอาวุโสโครงการชลประทานเลย เผยว่าขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องโครงการนี้

โดยแนวทางจะผันน้ำแม่น้ำโขง ที่ปกติหนุนแม่น้ำเลย ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วผันลงอุโมงค์ ยาว 174 กิโลเมตร ผ่านอำเภอเชียงคาน อำเภอปากชม อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย, อำเภอน้ำโสม และอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี, อำเภอนากลาง อำเภอนาวัง อำเภอเมืองหนองบัวลำภู และอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนลงระบบชลประทานและลงเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

การผันน้ำตามเส้นทางนี้ทำตามแรงโน้มถ่วง เพราะแม่น้ำโขง ที่บรรจบปากแม่น้ำเลย ที่อำเภอเชียงคาน สูงจากระดับทะเลปานกลาง 210 เมตร ทำให้การส่งน้ำทำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย ซึ่งถือเป็นผู้ใช้น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ มองว่าสภาพเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ปีนี้ต้องใช้น้ำก้นอ่างเก็บน้ำ ทำให้ในอนาคตโครงการ "โขง-เลย-ชี-มูล" ต้องเกิดขึ้น เพราะจะช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งภาคอีสาน

ด้านสำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งพัฒนาแก้มลิง 150 แห่ง 2 ฝั่งแม่น้ำชี ตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 30 ล้านไร่ แต่หากโครงการ "โขง-เลย-ชี-มูล" สำเร็จ ก็จะเป็นตัวช่วยทำให้มีความมั่นคงด้านน้ำ เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม

โครงการดังกล่าวหากทำสำเร็จจะเติมน้ำให้แหล่งกักเก็บน้ำ ทำให้มีน้ำต้นทุนที่มั่นคง เพื่ออุปโภคบริโภคและบรรเทาอุทกภัยน้ำหลากในพื้นที่รับน้ำฝน ที่สำคัญยกฐานะความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตประชาชนได้ยั่งยืน