7HD ร้อนออนไลน์

ฝ่ายค้านจี้รัฐไร้ความชัดเจนในการจัดงบฯ ปี 64 รับมือคนตกงาน ธุรกิจล้ม หลังโควิดคลี่คลาย

วันนี้ (1 ก.ค.63) เป็นวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 เป็นจำนวน 100,000 ล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุลถึง 623,000 ล้านบาท นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการบริหารประเทศ ที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาวะของประเทศ และขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะโควิด-19 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับไม่ได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขอย่างใด การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องพิเศษกว่าทุกครั้ง คือต้องรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ
         
"แม้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดน้อย แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะสูงเป็นสิ่งที่น่ากังวล ซึ่งมาตรการของรัฐบาลใช้ต้นทุนสูงเกินความจำเป็น และอาจเสียหายเกิน 2 ล้านล้านบาท เป็นวิกฤตที่ลงลึกกว่าต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การรักษาการจ้างงาน การรักษาธุรกิจไม่ให้ล้ม และป้องกันไม่ให้ลามไปถึงระบบการเงินของประเทศ แต่เวลานี้ธุรกิจค่อย ๆ ล้ม และเกิดการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ปัญหาจะลามไปถึงสถาบันการเงิน โดยเฉพาะหนี้เสียที่ธนาคารปล่อยกู้เงินไปนั้นจะเกิดขึ้นสูงและรวดเร็วมาก" ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว
         
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่างบประมาณปี 2564 เป็นการจัดสรรแบบเก่า เน้นการก่อสร้างและการอบรมสัมมนา เสมือนทำไปวัน ๆเหมือนทุกปีตามที่ส่วนราชการเสนอมา รัฐบาลไม่ได้มองไปที่ภาพใหญ่ว่าประเทศไทยจะก้าวไปทิศทางไหน จะรับรองธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไร แล้วเราจะเอาประเทศไทยไปอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลก นโยบายการแจกเงินนั้นเป็นเพียงการหาคะแนนความนิยม หากดำเนินการไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อประเทศมาก และหากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ก็คงจะสนับสนุนงบประมาณนี้ให้ผ่านไปไม่ได้