7HD ร้อนออนไลน์

นายกรัฐมนตรี ยันงบ 3.3 ล้านล้านบาท ใช้เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุนหลังโควิด-19 คลี่คลาย

วันนี้ (1 ก.ค.63) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 เป็นจำนวน 100,000 ล้านบาท โดยเป็นงบขาดดุลถึง 623,000 ล้านบาท โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่ารัฐบาลได้ดำเนินการตามภารกิจการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งเรื่องของการดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและความจำเป็นของการใช้จ่ายภาครัฐ รวมไปถึงให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณแบบบูรณาการในทุกมิติทั้งเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพื้นที่ โดยต้องมีความคุ้มค่าและไม่ซ้ำซ้อน พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญ กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและความต้องการของประชาชนในทุกระดับ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อภารกิจ จัดบริการสาธารณะระดับท้องถิ่นให้กับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบรรเทาและแก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด -19 ด้วย และมีการจัดสรรงบประมาณ ตามยุทธศาสตร์ชาติ เช่น ด้านความมั่นคง 416,003 ล้านบาท ด้านความสามารถในการแข่งขัน 402,310 ล้านบาท ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ 577,755 ล้านบาท ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค 795,806 ล้านบาท และด้านการสร้างการเจริญเติบโต คุณภาพชีวิต 118,315 ล้านบาท โดยงบกลางได้รับการจัดสรรเงินมากที่สุดถึง 614,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95,845 ล้านบาท รองลงมาเป็นกระทรวงศึกษาธิการ 358,316 ล้านบาท ลดลง 9,383 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 328,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,352 ล้านบาท กระทรวงการคลัง 268,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,517 ล้านบาท และกระทรวงกลาโหม 223,463 ลดลง 8,281

จากนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้อภิปรายว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไม่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่มีความชัดเจน ว่าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อรับมือผลกระทบ หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไร โดยเฉพาะแรงงานที่จะต้องตกงานในจำนวนมหาศาลและธุรกิจจำนวนมากที่จะล้มลง หลังหมดมาตรการเยียวยาระยะสั้น รวมไปถึงสถาบันการเงินที่อาจเป็นชนวนเหตุของปัญหาเศรษฐกิจรอบใหม่ด้วย

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงระบุทราบดีว่าความเดือดร้อนของประชาชนไม่เท่ากัน และมองเห็นในทุกปัญหา จึงพยายามทำทุกทางเพื่อแก้ไข โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เอกชนยังคงสามารถจ้างงานได้ต่อไป แม้ในระยะแรกอาจมีการลดค่าแรงไปบ้าง แต่ก็พยายามหาทางส่งเสริมกิจกรรมทดแทน เพื่อให้จ้างงานเดินหน้าต่อได้ แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนการจัดสรรงบประมาณ ให้กับโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์โรค covid-19 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าหากไม่ผ่านหลักเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือไม่สอดรับกับสถานการณ์จริงก็จะไม่อนุมัติ และขอร้องว่าอย่าให้ใครเข้าไปแทรกแซงการจัดทำงบประมาณในระดับพื้นที่ เพราะกลไกทั้งหมดต้องผ่านมาจากท้องถิ่น โดยประชาชนในท้องที่ อย่าไปยุ่งโดยเด็ดขาด หรือแม้แต่ในระดับกระทรวงก็อย่าเข้าไปยุ่ง ส่วนที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหว่านเงินเพื่อหวังผลทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรีถามกลับว่าหากไม่ทำเช่นนี้แล้วจะได้รับเงินโดยตรงได้อย่างไร วิธีการนี้ต่างประเทศก็ทำ แม้ประเทศนั้น ๆ จะมีหนี้สาธารณะสูงถึง 200% ก็ตาม